Pimchanok's profileP r e t t y P i m !!^_^...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 2007

    My Slide

     
     
    April 2007

    เรากำหนดรัก หรือ รักกำหนดเรา

    ทำไม? คนเราต้องมีความรัก . . .
    เพราะว่า . . . เราทุกคนมีหัวใจ

    ทำไม? คนเราต้องโหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา
    เพราะเราต้องการใครสักคน มาดูแลหัวใจของเรา

    ทำไม? คนเราถึงไม่เคยพอกับความรัก
    เพราะว่า . . . เราไม่ได้เกิดมาเพื่อรักใครคนเดียว

    ทำไม? คนบางคนถึงไม่เคยพบกับความรัก
    เพราะว่า . . . เขาไม่เคยเปิดใจให้ใคร

    ทำไม? คนบางคนไม่เคยเปิดใจตัวเองตอนรับใคร
    เพราะว่า . . . เขาอาจจะกำลังรอใครสักคนอยู่

    ทำไม? คนบางคนถึงต้องอกหักอยู่บ่อย
    เพราะว่า . . . เขาปล่อยใจตัวเองตกหลุมรักอยู่ตลอดเวลา

    ไม่ต้องเสียใจที่เขาไม่รักเรา . . .
    เพราะ . . . เราและเขาอาจจะไม่ได้เกิดมาเพื่อรักกัน

    คนบางคนไม่เคยสมหวังกับความรัก
    เพราะว่า . . . เขาอาจจะยังไม่เจอคู่แท้ของเขา

    คนบางคนยังไม่พบคู่แท้ของเขา
    เพราะว่า . . . เขาไม่เคยตามหาเลยก็ได้

    เราควรจะทำตัวเราให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา
    เพราะว่า . . . เราไม่รู้ว่าจะได้จะเจอคนที่ถูกใจเมื่อไร

    ไม่ต้องเสียใจที่เรายังไม่เจอคนที่เรารัก . . .
    เพราะว่า . . . เมื่อเราเจอคนนั้นเมื่อไร
    เราจะรู้ว่า . . . มันคุ้มค่ามากแค่ไหน กับเวลาที่เรารอคอย

    จงทะนุถนอมหัวใจของเราไว้ให้ดี . . .
    เพราะว่า . . . เมื่อเราเจอคนที่ใช่ จะได้มอบให้เขาด้วยความภูมิใจ

    อย่าปล่อยให้โชคชะตาลิขิตชีวิตเราทั้งหมด . . .
    แต่ . . . เราจงใช้มันเป็นเครื่องนำทางในการดำเนินชีวิต

    โชคชะตาสามารถทำให้เราพบคนที่ถูกใจ . . .
    แต่ . . . ตัวเราเองเท่านั้นที่สามารถทำให้เขาคนนั้นรักเราได้

    ความรัก . . . เกิดจะเกิดขึ้นหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่โชคชะตา
    แต่อยู่ที่ตัวเราว่า . . . เราจะไขว้คว้าและดูแลมันได้ดีแค่ไหน

    April 2007

    ลองหยุด . . .วิ่งตามเขาสักครั้ง

    หากเรา หาเหตุผลให้กับตัวเอง ว่า . . .
    ทำไม . . . เราถึงรักคนๆ นี้นัก
    แล้วเหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง . . . รักเพราะรัก

    ฟังดูอาจเลื่อนลอย ไร้จุดหมายเกินไป
    แต่สำหรับคนที่รักกัน . . . เหตุผลเพียงแค่นี้
    ก็เพียงพอ ที่จะสานต่อความรัก . . . ให้อยู่ต่อไป

    แต่กับคนที่เรารักเขา . . . แล้วเขาไม่รักเรา
    ไม่เคยจะมองเห็น แม้แต่คุณค่า ในตัวเรา
    ต่อให้เรา หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เขาเพียงไหน
    หรือให้เหตุผลมากมาย. . . ในคำว่า รักที่เรามีให้
    เขาก็คง มองไม่เห็นมันเหมือนกัน

    และกับคนประเภทนี้ . . .
    ยิ่งเราเรียกร้องมาก แค่ไหน . . .
    ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจ . . . ให้กับเราเท่านั้น

    ถ้าคุณ มีความสุขกับมัน . . . ก็ดีไป
    แต่สุข . . . แล้วเหนื่อยใจ ก็น่าคิดเหมือนกัน
    คนเรา . . . เหนื่อยแล้วก็ต้องพัก
    ต้องหาทางออก ที่ทำให้เราดีขึ้น

    กับเรื่องของความรัก ก็เช่นกัน
    เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน คงต้องพักซะบ้าง
    ลองหยุดวิ่งตามเขาซักครั้ง . . . แล้วมาเดิน(แค่เดิน) ตามตัวเองดูสักหน
    คุณอาจรู้สึกดีกว่า . . . การต้องวิ่งตามใครคนนั้น
    อย่างน้อยๆ คุณจะพบว่า . . .
    การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้น . . . ไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย

    ความจริงแล้ว . . . การรักตัวเอง ไม่ยากเลย
    ถ้ายังไขว่คว้าหารัก แต่ยังไม่พบเจอคนที่รักเราจริง
    ก็อย่าฝืนที่จะรัก . . . เดี๋ยวจะเสียใจทีหลัง
    ถ้าเสียใจ ก็ขอให้คิดถึงตัวเองให้มากๆ
    แล้วบางทีสิ่งดีๆ . . . ก็อาจรอเราอยู่ในวันข้างหน้า
    March 2007

    ปรัชญาต๊องๆ น่ารักๆ 19 ข้อ

    1. อย่าขับรถเร็วเกินที่เทวดาประจำตัวของคุณบินทันเป็นอันขาด
    2. การแก้แค้นไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเหมือนกับดื่มน้ำทะเลเวลาหิวน้ำนั่นแหละ
    3. ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น
    4. "อย่ากลัวความฝันของคุณ: มันง่ายกว่าที่คิด"
    5. นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ทุกๆ 4 คนจะมีคนหนึ่งที่สติเพี้ยน ๆ ลองเช็คเพื่อนคุณสัก 3 คนสิ ถ้าทุกคนปกติดีก็คุณน่ะแหละ
    6. แบ่งปันรอยยิ้มของคุณให้กับทุกคน แต่ให้เก็บจุมพิตให้กับคนเพียงคนเดียว
    7. น้ำตาจะให้คุณก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เหงื่อจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ
    8. สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ไม่ใช่วัตถุ
    9. การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับจิตใจคือการก้มลงแล้วช่วยคนอื่นให้ลุกขึ้น
    10. คนๆหนึ่งอาจทำอะไรผิดพลาดได้หลายอย่าง แต่มันจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ไปจริงๆ เมื่อเขาเริ่มโยนความผิดไปให้คนอื่น
    11. เรารู้สึกดีที่มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเป็นคนดี
    12. มีแต่ปลาตายที่ลอยตามน้ำ
    13. คุณค่าของคน ๆ หนี่งบอกได้จากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนที่เขาไม่ต้องการ
    14. เงยหน้าขึ้นรับแสงตะวัน แล้วคุณจะไม่มีวันพบกับเงามืด
    15. คนอ่อนแอเท่านั้นที่ให้อภัยใครไม่เป็นการให้อภัยเป็นคุณสมบัติของผู้ เข้มแข็ง
    16. ในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าสำหรับเรา มีแต่เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบเท่านั้น
    17. เมื่อคุณพูดความจริง คุณไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำอะไรทั้งนั้น
    18. เด็กๆต้องการความรักมากที่สุด เมื่อพวกเขาทำตัวไม่น่ารัก
    19. คำว่า listen (ฟัง) นั้นใช้ตัวอักษรชุดเดียวกับคำว่า silent (เงียบ)
    January 2007

    Happy New Year 2007

    สวัสดี...ปีใหม่ของฉัน
    ปีนี้...เหมือนน่าเศร้า แต่ก็ไม่เศร้าอะไรเลย
    ปีนี้..ไม่ได้กลับบ้านที่นราธิวาส

    โปรแกรมของปีนี้ ประกอบไปด้วย
    วันที่ 30 Dec 06 ไปเดินสวนจตุจักร...คนเดียว
    วันที่ 31 Dec 06 ไปเดิน shopping ที่ central ลาดพร้าว...คนเดียว พร้อมข่าวการวางระเบิด
    วันที่ 1 Jan 07 ไปทำงาน Stand by ปีหใม่ที่ออฟฟิศ เจอพี่อู๋ พี่โอ๋
    วันที่ 2 Jan 07 ไปทำงาน Stand by ปีหใม่ที่ออฟฟิศ เจอพี่ๆมากกว่าเมื่อวาน
    สรุปว่า มีอะไรให้ทำเยอะแยะ ไม่เบื่อ ดู VCD ที่อยากดูคือเรื่อง The BangQuet

    ++++++++++ได้กินของที่อยากกิน++++++++++

     

    ++++++++++ได้ซื้อของเล่นใหม่++++++++++



    ++++++++++และได้ที่วางของในห้องน้ำ++++++++++



    สบายใจล่ะ ได้ทุกอย่างที่อยากได้
    แต่อย่าเพิ่งแปลกใจที่ไม่มีเสื้อผ้า รองเท้า เพราะ...ซื้อมาเรื่อยๆแล้ว :)

    ปีนี้..ขออวยพรให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน Blog นี้ มีความสุขมากๆ ร่ำรวย สวยๆ หล่อๆ
    ทำอะไร ก็ได้สมความปรารถนานะจ๊ะ

    PrettyPim
    September 2006

    ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....

     
    เค้าว่ากันว่า......
    ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....
    การตกหลุมรักใครสักคน
    การได้จูบครั้งแรก
    การได้หัวเราะจนท้องแข็ง
    การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง
    การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ แสนงดงาม
    การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ
    การได้นอนฟังเสียงฝนตก
    เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น
    การสอบเสร็จ
    การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยน ัก
    การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว
    การได้ยิ้มกับใครสักคน
    การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก
    การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล
    การถูกชมอย่างกะทันหัน
    การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก ตั้งชั่วโมงแน่ะ
    การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา
    การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม
    การมีเพื่อนใหม่
    การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเ จอหน้าเค้าคนนั้น
    การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดขอ งคุณ
    การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข
    การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่
    การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ ไรเปลี่ยนไปเลย
    การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้
    การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ
    ที่สุดคือ…การได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก
    September 2006

    My GirL GanG : SaiPanya

    นี่เป็นรูปที่เราถ่ายเมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากที่พิงค์เรียนจบโทจากอเมริกา
    ก่อนอื่นขอแนะนำเพื่อนๆให้รู้จักกันก่อนนะ

    ซ้ายสุด....คือ....จึง
    จึงเป็นสาวเปรียว มั่นใจ มีน้ำใจมากๆ น่ารัก สดใสดเสมอ
    แต่อีกมุม บางทีก็ขี้เหงาเหมือนกัน แต่เธอมักมีเวลาให้เพื่อนๆเสมอ
    ถ้าอยากไป shopping ให้นึกถึงจึงคนแรกเลย ถึงไหนถึงกัน

    ขยับมา...คือ...พิงค์
    พิงค์เป็นเหมือนพี่สาวคนโตของกลุ่ม มีความคิดที่ดี ที่คอยให้คำแนะนำทุกคน
    พิงค์มักจะเป็นห่วงเพื่อนๆ ในมุมที่เราคาดกันไม่ถึง
    แต่บางมุม เธอก็เป็นผู้หญิงที่อ่อนไหว...อ่อนหวาน..อิอิ

    ขวาสุด...คือ..แกรนด์
    แกรนด์เป็นสาวน้อย เป็นน้องเล็กของกลุ่ม
    น่าอิจฉา มีหนุ่มมาจีบเธอเสมอ เพราะเป็นคนมองโลกในแง่ดี นิสัยน่ารัก รักเพื่อน
    แกรนด์ไปอยู่ที่ไหนก็มีแต่คนรัก เอ็นดู มาพูดให้ฟังเสมอ
    เธอเนผู้ฟงที่ดี และก็มีคอยให้กำลังใจเสมอ

    เราสี่คน รู้จักกันได้ยังไงอ่ะเหรอ
    เป้ พิงค์ แกรนด์
    เราเข้า ม.4 ที่ รร. สายปัญญามาด้วยกัน อยู่ห้อง 3 สีแดง
    เราอยู่กลุ่มเดียวกันมาทั้ง 3 ปี แล้วเราก็เลือกเอนท์เข้า วิดยา จุฬา แต่คนละอันดับนะ
    สุดท้ายเราก็ติดคณะเดียวกัน แต่ก็เลือกเรียนคนละภาค
    ตอนที่เรามาลงทะเบียนที่จุฬา เราสามคนมาเจอจึง เอ๊ะ..น้องคนนี้หน้าคุ้นๆ
    จึงเอนท์ติดตอน ม. 5 เลยเป็นน้องเราสามคน
    เราก็เลยชวนจึงมาอยู่ด้วยกัน และเราก็มาทำกิจกรรมที่โต๊ะ เทพ-สายจุฬาด้วยกัน
    แล้วเราก็สนิทสนมกันมาตลอด
    อ้อ..ลืมเล่าว่า จึงก็เรียน วิดยานะ..ภาคเซรามิก
    อิอิ...เราเรียนมาด้วยกันสี่คนเลย

    July 2006

    ควันหลง FIFA Worldcup 2006

    เมื่อไม่นานนี้เป็นที่รู้กันว่าเป็นเทศกาลบอลโลก...คงไม่แปลกที่ผู้หญิงจะดูบอลบ้าง
    ...แต่ที่แปลกคือ เราดูบอล ดูหลายนัด อดหลับอดนอน เพื่อ...
    อิอิ..เพื่อเชียร์อังกกฤษ ก็นักเตะหล่ออ่ะ ที่ชอบก็ Steven Gerrard
    แต่ดูไปดูมา เล่นไม่ค่อยดีหล่ะ ไปเหลือบเห็น Jo Cole เข้า
    หน้าตาแบบนี้ชอบจัง..ก็ดูนัดที่อังกฤษแข่งมาตลอด..จนตกรอบไป
    ...เศร้าจัง...
    จากนั้นก็มุ่งมั่นเชียร์ฝรั่งเศส อิอิ..เชียร์ Zidane  แต่ก็มาแพ้อีก..ไม่เป็นไรนะ Zidane
    June 2006

    ย้อนกระบี่..ไปยัง..สวนเบญฯ

    หลังจากที่ขากการ Update Blog ไปซะนาน ตังแต่ไปเที่ยวกระบี่มา ก็ยังไม่ได้มาเขียนเลย
    งานนี้ มีรูปเพียบเลยสวยๆ ทั้งน้านนนน....เอามาฝากตรึม ไปดูที่ Photo ได้นะจ๊ะ





     
    งานต่อมา ก็ได้ไปดูพลุดอกไม้ไฟ งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ที่สวยเบญจกิตติมา
    วันนี้คนเยอะมาก และพลุก็ไม่ค่อยสวย เฮ้อ...เหนื่อยจัง
    ...แต่งานนี้ก็ Happy ก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งของสามเกลอ..เป้ ยุ้ย เล้ง

                                       

    งานนี้เล้งไปถึงคนแรก...ตามเคย เราไปถึงเป็นคนที่สอง ส่วนยุ้ย..คนชวนยังติดงานอยู่
    เรากะเล้งก็เลยเดินไปดูทำเลที่จะสามารถถ่ายรูปพลุ เดินำป เดินมา เจออ้อกะพี่กร
    วันนี้อ้อไปสำพาดงานมา สวยจัง หรือเราไม่ได้เห็นหน้านานมาก ดีใจจังได้เจอเพื่อนสนิททั้งน้านนน
    รอไป รอมา เค้าเลือนการแสดงพลุจากหกโมงเย็น เป็นสองทุ่มครึ่ง
    เฮ้อ...อีกนาน พอยุ้ยมาถึง เราก็ออกไปกินข้าวที่สามย่าน วันนี้ไปกินร้านเฮีย..ไม่อร่อย
    คราวหน้า..จะมากันใหม่ เอาอร่อยๆ สมคำล้ำลือนะ..ยุ้ย




    กลับมาที่ศูนย์ประชุมฯ คราวนี้ คนมหาศาลโคตรๆๆ เราพากันเดินไปยังที่ๆเราได้ไปดูไว้ตั้งแต่ทีแรก
    เราเจอที่ล่ะ...บนหลังรถของชาวบ้านที่ไม่รู้ตัว เราไม่เคยถ้ายพลุเลย,,ยากจัง
    ได้ภาพมาเยอะเลย แต่ไม่ work ยังมีหน้าเอาไปอวดชาวบ้านอีกนะ
    ขากลับต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินที่คลองเตย โคตรจะไกล แต่ก็ดีกว่าไม่ได้กลับมานอน

    ดูพลุเพิ่มเติมได้ที่ http://pupe.promptnow.com/pic/20060609/  ....ฝืมือนู๋เองค่ะ :P
    April 2006

    Fl.13 True Tower, new look...

    วันนี้...ยี่สิบสี่เมษายน ขึ้นลิฟท์ที่ตึก True เหมือนเคย..
    แต่วันนี้ท่องไว้ๆ กดชั้น 13 นะ...กลับมาที่ชั้น 13 อีกครั้ง
    ทีแรกก็นึกว่า..จะไม่ได้กลับลงมา...เอ..บางคนคงกำลัง..งง ...งง

    เรื่องราวมันมีอยู่ว่า ที่ตึกทรูจะจัดรูปแบบออฟฟิศใหม่ ต้องทำแต่ละชั้นไม่พร้อมกัน
    จึงมีการโยกย้ายที่อยู่ชั่วคราว โดยที่มักจะใช้ชั้น 20 เป็นที่พักชั่วคราว
    และแล้ว PCT ก็ย้ายไปอยู่ที่ชั้น 20 กี่เดือนจำไม่ได้
    ระหว่างนั้น..เราก็เรียนใกล้จะจบล่ะ..จึงลุ้นๆว่า จะต้องย้ายกลับลงมาที่ชั้น 13 อีกมั้ย
    สุดท้าย..มันก็ยังไม่ไปไหน มันก็ต้องย้ายข้าวของลงมาที่ชั้น 13 ตามที่คาดไว้
    นั่งนึกๆ..นี่ก็ใกล้จะครบ 3 ปีแล้วนะ ที่ทำงานที่ PCT เป็ยยังไงบ้างหล่ะ

    ย้ายลงมาคราวนี้..พี่เค้าจัดให้นั่งกันเป็นแผนก..นั่งกับพี่ๆที่ทำหน่วยเดียวกัน
    เราอยู่หน่วย Technical Support ของฝ่าย Network Engineering and Technical Support
    ก็จะมีสมาชิกทั้งหมด 6 คนซึ่งนับรวมหัวหน้าที่แสนดี และพี่ๆหนุ่มมาก หนุ่มน้อยอีก 4 คน
    เราก็เลยเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว..แต่อบอุ่นมากๆ..พี่ๆใจดีทุกคน น่ารักที่สุด..อิอิ

    เรานั่งอยู่ทางซ้ายมือของหัวหน้า...เอ..หรือเป็นมือซ้ายของเค้า..คิดไปนั้น..ไม่ใช่หรอกจ๊ะ
    พูดถึงสีสัยของออฟฟิศ..ก็ยังเสร็จไม่สมบูรณ์แบบ..โทนสีก็เป็น..ส้ม..เหลือง
    โทนสีดูร้อน..แรง..หรืออบอุ่นก็ไม่รู้
    อีกด้านของออฟฟิศเป็นพื้นที่ใช้งานส่วนรวม จัด theme เป็นสไตล์ผับหรือบาร์..มั้ง
    คือมีเป็นถ้วยใหย๋ๆตรงกลาง แต่เหมือนบาร์มากกว่า และมีคอกเล็กๆไว้ให้นั่งประชุม 3 คอก
    ถ้าเสร็จคงสวยกว่านี้ เพราะเค้ากำลังตกแต่งหน่ะ ไว้จะถ่ายรูปมาให้ดูกันนะ
     
    วันนี้ไม่ค่อยได้งาน เพราะ Lan ไม่สามารถ Remote ไปยัง Server ที่ชั้น 12 ได้
    ต้องวิ่งไปมา 2 ชั้น ห้อง server ก็หนาวเหลือเกิน เบื่อด้วย..เช้าไปคนเดียว
    แต่ก็ติดต่อ IT helpdesk ไปแล้ว..ดูเหมือนจะไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
    เฮ้อ..งงจัง แล้วจะทำงานกันยังไง...แต่ยังไม่มีใครบ่น..เหมือนเรา


    สรุปวันนี้..รู้สึกบรรยากาศภายในตัวของเราเอง..อึมครึม..เงียบ..เหงา..ไม่สดใส
    เป็นเพราะอะไรกัน...ยังอยากทำงานที่นี่อีกรึป่าวก็ตอบไม่ถูก
    รู้สึกอึดอัด..กดดัน.....อีกนานไหม
    เป็นห่วงตัวเองจังเลย..เข้มแข็งนะ
    April 2006

    พื้นที่เล็ก..เล็ก

      ขอพื้นที่เล็กๆให้ยังเป็นเด็กอยู่ได้ไหม
    ในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า
    ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป
    แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ
    ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้
    โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย
    เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ เอาไว้ 
     
    เพลง พื้นที่เล็กๆ ของ บอย ตรัย ภูมิรัตน 
    ฟังแล้วก็นึกถึงวัยเด็กจัง วัยที่ไม่ค่อยคิดอะไร ไม่รู้จักอะไรที่ลึกซึ้ง วัยที่ไม่คาดหวังอะไร
    มีความสุขกับครอบครัว กับเพื่อน กับโรงเรียน กับของเล่น
    รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือน้ำตา ที่ออกมาตรงๆ ไม่ต้องปิดบัง หรือซ้อนเอาไว้
    อยากพูด อยากทำอะไร ตามที่คิด ตามที่ต้องการ...ดีจัง

    ทำไม..โตขึ้นแล้ว หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไป
    ต้องดูแลตัวเอง ทั้งตัว..ทั้งหัวใจ..ทำยังไง..ให้มันอยู่ในสภาพที่ดีตลอดไป
    March 2006

    Happy Ending! my independence study :)


    รูปนี้คืออะไร...มีใครรู้บ้าง

    รูปนี้เป็น bg ของ presentation ของเป้เอง

    ทีแรกก็ไม่ได้เอาอันนี้ มีคนทักว่า ทำไม powerpoint สีอึมครึม ไม่สดใส
    กลุ้มเลย นอนไม่หลับ แก้ไปถึงตีสาม ยังไม่ได้ซ้อมเป็นจริงเป็นจัง

    แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก เพราะเนื้อหาเหมือนตอนสอบ Progress เลย
    งงแล้วใช่ม่ะ พูดเรื่องอะไรอยู่

     

    วันนี้ 30 มีนาคม -- Happy birthday to PookkiE

    รวมถึงเป็นวันสอบสัมภาษณ์ขั้นสุดท้ายของ Independence study ด้วย

    เริ่มสอบเวลา 13.00 น.
    อาจารย์ที่มาคนแรกก็ไม่พ้น อ.ยอด...อิอิ มาถึงก็ทักเลยว่า ตื้นเต้นมั้ยคุณ

    คนต่อไป ก็ท่าน อ.ผึ่งผาย จากภาคเคมี เป็นตัวแทนบัณฑิ๖มานั่งฟัง
    สุดท้ายก็ อ.ฐิติวรรณ วันนี้อาจารย์ไม่สบาย มาช้าไป 15 นาที...รอได้ค่ะ :)

     

    เริ่ม Present ไปเรื่อยๆ
    ในใจก็คิดว่า เด๋วก็จบแล้วเป้ อีกนิดๆ อีกไม่กี่หน้าแล้ว
    พูดไป ก็มองดูหน้าอาจารย์ไปเรื่อยๆ ทั้งฟัง ทั้งหาว ... น่าเบื่อเหรอ..ปกติอ่ะ

    จบการนำเสนอ..ขอบคุณค่ะ
    เจอคำถาม...จะตอบได้มั้ย
    จาก อ.ยอด ... เอาไปใช้งานแล้วเป็ยยังไงบ้าง
    จาก อ. ฐิติวรรณ ... ตัวเลขนั้นมาจากไหน
    จาก อ ผึ่งผาย ... สองคำนี้มีความหมายต่างกันยังไง ... เป็น linear รึป่าว
    คำถามสุดท้าย อึ้งไปแป๊ป..อยากจะตอบว่า อ.ยอด แนะนำมาค่ะ
    ในใจคิดว่า ไม่ได้ๆๆ ... คำตอบที่คิดว่า ดี ก็ออกมาจนได้
    ....เสร็จแล้ววว....
    เชิญทุกคนออกไปนอกห้องก่อน

    กลับมาอีกครั้ง
    พิมพ์ชนก ไปนั่งหน้าห้อง
    จาก อ.ยอด .. ยินดีด้วยกับมหาบัณฑิตใหม่คนแรก ...คุณผ่านแล้ว (เท่าที่จำได้)
    ความรู้สึกอึ้งไปหมด...ไหว้ขอบคุณอาจารย์ทั้งสามคน
    อ.ยอด เชิญ อ.ผึ่งผายให้โอวาท
    ถามเกี่ยวกับงานที่ทำอยู่ ให้โอวาทการนำความรู้ไปใช้ และแสดงความยินดีอีกรอบ
    จากนั้นพิมพ์ชนก ก็เดินออกจากหน้าห้อง โดยไหว้อาจารย์อีกเป็นรอบที่เท่าไหร่..ไม่ได้นับ

    สบายใจจัง...
    ทายซิ..โทรหาใครคนแรก
    โทรหาพี่ที่ Counter service ... งานค่ะงาน ... งานที่ออฟฟิศ.. เฮ้อ

    จากนั้น โทรหายุ้ย แม่ พี่หญิง ... เท่าที่จำได้

    สุดท้าย ก็ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆที่กำลังตั้งใจทำ IS กันนะ
    มันไม่น่ากลัวหรอกในห้องสอบ
    ถ้าเราทำมาเต็มที่แล้ว
    อาจารย์เค้าเข้าใจ เห็นใจกับความพยายามสองปีที่ผ่านมา
    เราเหนื่อยกันอย่างคุ้มค่าแล้ว

    ... โชคดีทุกคนนะ ...

     

    March 2006

    เพลงบางเพลง..ยิ่งฟัง..ยิ่งไม่ชอบ

    มีทางสองทางที่ให้ฉันต้องเลือก
    เลือกอยู่ทำดีกับเธอ หรือตัดเธอไปจากใจ
    มันเป็นสองทางที่ต้องตัดสินใจ
    <! เมื่อเธอนั้นไม่ได้รัก ก็ควรจะไปจากเธอ !>

    ทั้งที่ฉันทำเพื่อเธอทุกอย่าง
    แต่ไม่มีวันที่เธอจะมองเห็น
    ทั้งที่รู้แต่ใจก็ยังลังเล
    <! ฉันควรจะอยู่หรือไป !>

    ใจหนึ่งก็รัก อีกใจหนึ่งก็เจ็บ
    เจ็บที่ยังรักเธอข้างเดียวอยู่ร่ำไป
    <! ใจหนึ่งก็คิดจะเดินไปให้ไกล !>
    แต่อีกใจยังไม่กล้าพอ
    เพราะรู้ว่ายังขาดเธอไม่ได้

    <! คำลาสักคำไม่จำเป็นต้องเอ่ย
    แค่จากเธอไปอย่างนั้น และอย่าได้หันกลับมา
    มันคงง่ายดายไม่ต้องเจ็บค้างคา
    ถ้าหากจะยอมตัดใจ เจ็บหนักไปเลยหนึ่งครั้ง !>
     
    ...
     
    ยังมีเธออยู่ในสายตา
    <! แต่มันเหมือนไม่มีหวังที่จะคว้าเธอให้อยู่ข้างฉัน !>
    ให้ฉันทำอย่างไรต่อไป ให้ฉันเดินต่อไปอย่างไร
    เมื่อเธอไม่รัก เมื่อเธอไม่รัก

    +|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|
    เพลงบางเพลง..ยิ่งฟัง..ยิ่งไม่ชอบ..เคยเป็นกันมั้ย
    เป็นเพราะ..ไม่ชอบบางประโยคในเนื้อเพลง
    ก็เหมือนกับที่ชอบเพลงบางเพลง..ที่บางประโยค..จริงมั้ย ???
    March 2006

    happy....happy...birthday

     Happy Birthday to Pimchanok,
     
    ปีนี้ได้ไปฉลองวันเกิดกะเพื่อนๆตั้งสามกลุ่ท ดีใจมากๆ เพื่อนน่ารักกันมาก
    ไม่ได้เจอกันนาน ก็คิดถึงกันมาก พูดกันมาก 555

    เริ่มต้นด้วยวันที่ 1 มีนาคม ไปฉลองกันที่ร้าน Kobe Steak ที่สยาม
    วันนี้ก็ถือเป็นวันเกิดของพ่อยกับเป้เลย เพราะพ่อยเกิดวันที่ 29 กพ.... 4 ปีมี 1 ครั้งหน่ะ
    ก็จะมี น้องกอล์ฟ(แฟนพ่อย), พ่อย, เป้, นุก, เจน,ระ(ไม่พาจอร์ชมา) ไล่ตามภาพเลยนะ



    วันที่ 2 มีนา ก็นัดกะแก๊งค์สาวๆที่ PCT งานนี้สาวๆล้วนที่ร้าน Water Side เลียบทางด่วนรามอินทรา
    เราจะนัดกันทุกๆวันเกิดของทุกคน
    ก็เหมือนเดิมเราจะเล่าเรื่องต่างๆที่ไปเจอมา แต่งานนี้หมวยมาช้าติดงาน..น่าสงสารจัง
    ปีนี้..เกดมีแฟนแล้ว ก็คงจะเหลือแค่เป้กะหมวย...ไม่เป็นไรเนอะ
    ในรูปแรกก็เป็น อ้อ เกด และเป้
    อีกรูปก็เป็น เป้ หมวย เกด และอ้อจ๊ะ



    งานรื่นเริงล่าสุดก็คือวันนี้ วันที่ 4 มีนา
    วันนี้ไปกะเพื่อนที่ MSIT หรือที่เรียกกันว่า  Gang Zaa
    เริ่มต้นด้วยการไปเยี่ยมพระเสรีที่วัดชลประทานฯ
    จากนั้นเรากลับมาที่เกษตร เพื่อมาเจอเจกะพี่ฝนที่เกษตร เพราะสองคนนี้ตื่นสายไม่ไดไปวัด
    และเพื่อมาเก็บรถไปกินข้าวที่บางขุนเทียน ส่วนพี่หญิงก็ไปลงทะเบียนเลือกตั้ง
    เราไปทานข้าวกันวันนี้ที่ร้านครัวแสวง  เจเป็นเจ้ามือ...โดยอ้างว่าติดน้องๆไว้..ทุกคนก็โอเครับตามนั้น
    งานนี้ก็มีเค้กให้เป้ แต่ไม่ได้เป่า ลมพัดดับไปเลย
    อาหารอร่อยมาก อิ่มสุดๆ เพราะกว่าจะไปถึงร้านก็บ่ายสาม โดยที่ไม่ได้กินข้าวเช้ากันมาเลย
    และกว่าจะกลับถึงกทม ก็สองทุ่ม เหนื่อย อิม สนุกมาก
    สมาชิกก็จะมี เจ ยุ้ย เป้ พี่ตุ้ย(แฟนพี่หญิง) พี่หญิง ปุ๊ก ปุ้ย พี่ฝน ...ใครเป็นใครหากันเอง


    ขอบคุณทุกคนกับความสุขวันนี้นะ

    มีภาพมาฝากตาม URL นี้เลยจ๊ะ
    เพื่อน Com Sci @ Chula : http://pupe.promptnow.com/pic/pp_hbd/
    เพื่อน PCT : http://pupe.promptnow.com/pic/pupe_hbd/
    เพื่อน MSIT @ KU : http://pupe.promptnow.com/pic/GZ/

    February 2006

    ผู้หญิงแบบไหน..ที่ผู้ชายจะหลงรัก

    ผู้หญิงแบบไหน..ที่ผู้ชายจะหลงรัก

            ผู้หญิงแบบที่ผู้ชายหลงรักได้ไม่ยาก..ต่อให้สไตล์ความชอบผู้หญิง ในมุมมองของผู้ชาย จะมีมากมายหลากรูปแบบ ประเภทที่บางรายอาจชอบสาวเปรี้ยว สาวห้าว สาวแกร่ง สาวน้อย คิกขุหวานแหวว สาวนุ่มนิ่มเรียบร้อย หรือสาวช่างฝันก็ตาม แต่หากถามว่า ผู้หญิงแบบไหนที่ ผู้ชายสามารถรักได้ไม่ยากนี่สิ คงต้องคิดหนัก ว่าแบบฉบับเวอร์ชั่นไหนถึงจะถูกใจทำให้ชาย หลงใหลได้ปลื้มจนเกิดอาการปิ๊งได้คงต้องมีสูตรลับพิเศษที่จะช่วยเสริมแต่ง ให้กับสาวๆ ทุกสไตล์ แอบเก็บเอาไปไว้ใช้เป็นคุณสมบัติพิเศษทำเก๋ให้คุณผู้ชายได้ใฝ่ฝันถึง ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวสไตล์ไหน เคล็ดลับเด็ดที่ทำให้ตัว เองกลายเป็นผู้หญิงทรงเสน่ห์จนเพศตรงข้ามเกิดอาการสะดุดรักได้ไม่ยาก มีดังนี้ค่ะ
     
    เอาใจเก่ง
    เสน่ห์ของหญิงข้อนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่คุณๆ ทั้งหลายรู้ดี แต่ก็ไม่ค่อยมีใครทำกันสักเท่าไหร่ เพราะมัวหยิ่งบ้างไม่กล้าบ้าง แบบนี้เห็นทีต่อให้เริดแค่ไหน ถ้าขาดนิสัยความเป็นสาวช่างเอาอกเอาใจ ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีใครชอบหรอก เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนปรารถนา
     
    อ่อนหวาน
    สาวห้าวอย่าเพิ่งร้องโวยเป็นอันขาด และโปรดทำใจรับรู้และ ยอมรับซะเถอะว่า บางครั้งหัวใจสาวห้าวอย่างคุณก็เคยมีช่วงเวลาของการ แสดงออกที่บ่งบอกถึงความอ่อนโยนได้เหมือนกัน ไม่ต้องถึงขนาดเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสาวหวานฉ่ำ แค่มีความ อ่อนโยนอ่อนหวานติดตัวไว้บ้าง ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยบางอารมณ์น่าจะพูดจาอ่อนโยนน่าฟังบ้าง ไม่ว่ากับเขาหรือคนอื่นๆ มันจะยิ่งทำให้คุณดูดีขึ้น อีกเยอะ
     
     เปิดเผย
    ข้อนี้สาวขี้อายอาจมีปัญหา แต่การเปิดเผยไม่ได้หมายความว่า จะต้องถึงขั้นทำตัวห้าวหาญแต่อย่างใด การเปิดเผยในที่นี้หมายถึง ให้คุณแสดงความจริงใจบ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อบอกให้เขารู้ว่าคุณชอบเขา ทำอะไร อย่าเหนียมมากไป ร้อนก็บอกว่าร้อน เผ็ดก็บอกว่าเผ็ด กล้าคุยเรื่องหน้าแตก ของตัวเองให้เขาฟังบ้าง คุณจะดูเป็นคนอบอุ่น และไม่มีลับลมคมในอะไร ซ่อนไว้
     
    หัวอ่อน
    จะเอาใจแฟนทั้งที มันต้องมีบ้างที่ต้องหัดเป็นคนหัวอ่อน ยอมเออออตามเขาไปในบางครั้ง แต่ที่ให้ยอมนั้น ไม่ได้หมายความว่า จะให้ยอมไปซะทุกเรื่อง ทุกอย่างเหมือนดังเช่นเป็นทาส แค่เชื่อฟังเขาบ้างในบางโอกาส และยอมรับในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลด้วยเช่นกัน เพราะถ้าขืนทำตัวก๋ากั่นดื้อรั้นชนิดไม่ฟังใครเลย ไม่ว่าจะแฟนคุณหรือใครๆ ก็คงไม่ชอบหรอกค่ะ
     
    ปราดเปรียว
    ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่อืดอาดเกินเหตุ แม้ใจจะยังปรารถนาแม่ศรีเรือนผู้งามพร้อม เพราะยุคสมัยนี้ ความคล่องแคล่ว ปราดเปรียวนี่ละ ที่เป็นเสน่ห์หนึ่งของผู้หญิงยุค 2001
     
    ออดอ้อน
    ผู้หญิงที่ยอมออดอ้อนคู่รักบ้างในโอกาสเหมาะๆ พระเอกของ คุณคงรักจนหมดใจแน่นอน แต่อ้อนพองามนะคะ ไม่เช่นนั้น อาจกลายเป็น น่ารำคาญไป
     
     อารมณ์ขัน
    ไม่ว่าสเปกของเขาจะชอบสาวเงียบขรึม หรือสาวแข็งกระด้าง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย ผู้ชายจะเซ็งคุณได้สักวัน เมื่อเขารู้สึกว่าอยู่กับคุณแล้วโลกไม่สดใส สักวันหนึ่งเขาคงจะตีจาก แต่คุณไม่จำเป็นต้องตลกโจ๊กเป็นตลกมืออาชีพหรอกเพียงแค่รู้จักเล่าเรื่อง สนุกๆ ขำๆ บ้าง หัวเราะร่าเริงเมื่อคนอื่นคุยเรื่องตลก ไม่ใช่หน้าแข็งอารมณ์ เดียวตลอดเวลาจะทำให้น่าเบื่อที่สุด และไม่ใช่นั่งนินทาใครให้คนหัวเราะ เพราะผู้หญิงขี้นินทาไม่มีเสน่ห์นักหรอก
     
    ฟอร์มเหมือนไม่มีฟอร์ม
    ผู้ชายจะไม่พิสมัยผู้หญิงที่เก๊กหรือฟอร์มตลอดเวลา ดังนั้น ขอให้คุณทำตัวเป็นธรรมชาติที่สุด อยากคุยอยากถามอะไรกับเขาก็ทำ หรือปวดฉี่ก็บอกได้ ไม่ต้องนั่งเก๊กแล้วรอให้คนอื่นมาชวนคุย
     
    มีน้ำใจ
    ควรแสดงความมีน้ำใจห่วงใยเอื้ออาทรออกมาบ้าง ไม่ว่าจะกับ เขาหรือกับใครเพราะคนใจดำไร้น้ำใจคงไม่มีเสน่ห์แน่นอน
     
    เข้าใจง่าย
    ควรมองโลกในแง่ดี ไม่เจ้าปัญหาจนน่ารำคาญ หัดเป็นคน ง่ายๆ ไม่จู้จี้จุกจิกมากเกินไป การแสดงความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ได้ดี เป็นการแสดงถึงนิสัยใจคอของคุณเอง ที่คนพิเศษของคุณจะเห็นได้ทันที และทำให้เขาเชื่อใจคุณ เพราะคุณเข้าใจเขาได้ดี มีเรื่องอะไรเขาก็จะเปิดเผยให้คุณรู้ และชอบที่จะนั่งสนทนากับผู้หญิงที่เปี่ยมเสน่ห์แบบคุณ

    เชื่อว่าเสน่ห์ของผู้หญิงเราคงไม่ลิมิตเพียงแค่นี้ เราเชื่อว่าความเข้าใจ อดทน และการให้อภัยซึ่งกันและกัน น่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยดูแลความรักของทุกคู่ ให้ยั่งยืนตราบนานเท่านานค่ะ
    February 2006

    เมนู..หอยแสบลิ้น

    หอยแสบลิ้น..เป็นเมนูที่ได้มาจากร้านนายพักผ่อน แถววิภาวดี ใกล้เกษตร
    ร้านนี้ไปทานครั้งแรกกะเพื่อนในกลุ่มที่เรียนโทด้วยกัน
    ก็เลยไปเล่าให้ยุ้ยฟัง และพาไปลองชิม ยุ้ยเกิดติดใจ เอามาลองทำแต่ยังไม่เหมือนซะทีเดียว
    วันนี้ก็เลยชวนเราไปเดินซื้อของที่ตลาดห้วยขวางมาลองทำดู

    ผลที่ได้คือ.....
    โอ้ว...อร่อยจริงๆ ถูกใจสองสาวมากเลย กินเกือบหมด แต่มันเยอะจริงๆ
    ซื้อหอยแครงมาตั้งกิโลนึง ตัวใหญ่ๆด้วยซิ
    เอาไว้เพื่อนคนไหนอยากลองติดต่อเราสองคนได้นะ...อิอิ
    February 2006

    ความหมายของคำว่า เพื่อน

    ความหมายของคำว่าเพื่อน
    เพื่อนคือ...ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ยิ่งกว่าแฟนก้อว่าได้
    ไม่ตามใจมัน ก็ไม่ด่า
    แต่ถ้ามันไม่ตามใจเราก็ด่าได้
    โดยที่มัน และเราไม่โกรธกัน




    เพื่อนเมื่อโกรธกันสามารถกลับมาคืนดีกันได้โดยไม่ต้องเก็บความสงสัยว่า
    เรื่องที่โกรธกันคืออะไร ผ่านแล้วก็ผ่านไป


    เพื่อนคือที่พึ่งยามเป็นทุกข์
    เพื่อนคือที่ปรึกษา ตั้งแต่เรียน ทำงาน
    จนจะแต่งงานก็ยังต้องปรึกษามัน



    เพื่อนคอยสับรางเวลารถไฟจะชน
    เพื่อนคอยโกหกพ่อแม่เวลาไปเที่ยวแต่บอกว่าไปทำงาน
    เพื่อนคอยบอกแฟนว่าเรากำลังอยู่กับมัน ทั้งที่จริงเราไม่ได้อยู่กับมันหรอก



    และเพื่อนก็คือคนจ่ายค่าข้าวเวลาเราไม่มีเงิน

    "เพื่อน" คือ ทุกอย่าง


    มีผู้....ที่เคยคบกันถามว่าจะให้เลือกหนึ่งเดียว
    ระหว่างเค้าซึ่งคบกันมา 1 ปี กับเพื่อนซึ่งคบมาประมาณ 15 ปี ว่าคุณจะเลือกใคร
    ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า "เพื่อน"
    ซึ่งเค้าก็บอกว่าตอบผิดตอบใหม่ได้นะ
    เราก็บอกว่าตอบถูกแล้ว
    เพราะเค้าเห็นว่าเรารักเพื่อนมากกว่า แต่ไม่ใช่

    ถัาเราจะต้องเอาคนเข้ามาในชีวิตอีก 1 คน
    ซึ่งก็ยังไม่รู้อะไรกันมาก
    กับเสียคนที่เรารู้จกกันมาเป็น 10 ปี
    เราว่าทุกคนก็ต้องมีคำตอบเหมือนกับเรา
    เพราะทั้งสำหรับคนทั้งสองกลุ่ม
    เราไม่สามารถเอาแต่ละคนมาบวกและลบกันเพื่อให้ผลลัพธ์เป็นศูนย์



    เพราะฉะนั้นทุกคนต้องเลือกสิ่งที่มีค่ามากกว่า



    และสิ่งที่เราเลือก สิ่งนั้นก็คือ *****""เพื่อน""****
    " some time happy… some time sad… but all time friend "


    บทส่งท้าย ถ้าเราสนุก ไปเที่ยวโดยไม่มีเพื่อน
    แล้วเล่าให้มันฟัง
    มันก็ไม่ว่าอะไร....แล้วถ้าเราเที่ยวแล้วเกิดปัญหา
    เราตามตัวมันมา
    มันเคยพูดไหมว่า "*ไม่สน*เที่ยวแล้วไม่ชวน* *แก้ไขเองแล้วกัน"

    คำพูดอย่างนี่จะไม่มีจากปากเพื่อน



    จะแต่ว่า " อยู่ตรงไหน เป็นอะไร"
    แล้วก็ลงท้ายว่า *จะรีบไป....

     

    ไม่ต้องไปเรียน..ไม่ดีอย่างนี้นี่เอง

    เข้าเทอมสุดท้ายของการเรียนกันล่ะ แต่เทอมนี้ไม่มีเรียน ให้ทำโปรเจคอยู่กับบ้าน แล้วส่งให้อาจารย์ดูความคืบหน้า
    ก็จะไม่ค่อยได้เจอเพื่อนๆ เบื่อเหมือนกันนะ แต่เวลามีเรียนก็เบื่ออีกแบบ..
    เพื่อนบางคนก็จะเจอทาง msn บางคนก็โทรศัพท์ บางคนก็เจอบ่อย เช่น ยุ้ย พี่ญ พี่ฝน (อิอิ...)
    เฮ้อ..เป็นไงกันบ้างหล่ะเนี่ย
    ก็คงกำลังลุ้นผลสอบ compre กันอยู่เหมือนกัน...จะผ่านหรือไม่ผ่าน..ใครๆก็อยากผ่านตั้งแต่รอบแรกทั้งนั้น
    เอาน่า..พยามยามกันถึงที่สุดแล้ว จริงมั้ย

    เจอกันล่าสุดก็วันที่ 28 มค นี่เอง
    คิดถึงทุกคนนะ
    November 2005

    เด็กชายข้าวปั้น

    เด็กชายข้าวปั้น คือหลานของน้าเป้เองแหล่ะ
    เกิดมาตัวก็ขาวเหมือนน้าเป้เลย...อิอิ
    ตาโตจัง เลี้ยงง่ายซะด้วย ไม่ร้องเลยนะเรา น่ารักมั่กๆ
    October 2005

    TriP Gang Zaa

    ไปเที่ยวแถบชายแดน กทม กันมา
    วันนี้ก็ไปกับเพื่อนๆที่เรียนปริญญาโทด้วยกัน โดยตั้งชื่อเอาเองว่า  Gang Zaa
    ที่จริงแล้วสมาชิกจะมีมากกว่านี้ แต่วันนั้น...
    ปุ๊กไม่สบาย เพิ่งไปผ่าตัดมา, ยุ้ยก็ต้องพาคุณตาไปหาหมอ, พี่เดชก็ไปพิษณุโลก
    Trip นี้ก็ประกอบด้วย เป้ เจ ปุ้ย พี่หญิง พี่ธี พี่ฝน

    เริ่มต้นเจอกันที่ DD tower แถว ม หอการค้าเป็นจุดรวมพล
    เดินทางไปที่ จ ราชบุรี ที่ตลาดน้ำดำเนินสะดวก คนเยอะมาก
    เรากินขนมเบื้อง ก๋วยเตี๋ยวเรือ และเก็บภาพกันใหญ่

    ต่อจากนั้นกะว่าจะไปปั้นโอ่ง..ซะหน่อย แต่ขับเลยไปเพราะมัวแต่ขำๆกัน
    ก็เลยไปถ้ำเขาบินเลย ในถ้ำ อากาศอ้าวมาก เหงื่อท่วมเลยหล่ะ
    จากนั้นก็ออกเดินทางไปทานอาหารเที่ยงริมแม่น้ำ โดยที่คาดว่าจะไปสวนผึ้งกันต่อ
    อิอิ..แต่มันไกลเหลือเกิน ทานเสร็จก็บ่างสองกว่าแล้ว

    เดินทางข้ามมาที่ สมุทรสงคราม
    เป้าหมายแรกคือ ไปดอนหอยหลอด พอใกล้ๆถึง..เส้นทาง..งงชะมัด
    กะจะหยอดหอยหลอด แต่เป็นหน้าน้ำ แห้วเลย...
    เราก็ไปสักการะ กรมหลวงชุมพร แต่หาอาหารเย็นทานกัน
    และซื้อของฝากกันเยอะแยะ ขอบอกว่า ลูกจากอร่อยมั่กๆๆๆๆ

    กว่าจะทานอาหารเย็นเสร็จก็ทุ่มกว่าๆ ได้เวลาไปตลาดน้ำอัมพวา
    ที่ตลาดน้ำอัมพวานี่แหล่ะ ถือเป็น hightlight ของวัน เพราะเราจะไปล่องเรือชมหิ่งห้อย
    ไปถึงก็ไม่มีเรื่อ ถูกจองไปหมดแล้ว เพราะเป็นหน้าเทศกาล
    พวกเราก็เลย ใช้สมอง(ดีๆ)ว่า เราขับรถป้ายทะเบียนขอนแก่นไป...อิอิ
    เราก็เลยกลายเป็นคนขอนแก่น..ซะงั้น
    พี่ที่บริการเรือก็มีน้ำใจ พยายามหาเรือให้เด็กขอยแก่นจอมปลอม
    โดยระหว่างนั้น เด็ก..พวกนั้น มันก็ไปถ่ายรูปเล่น หาของกินอีกแล้ว
    ขนมไทยๆเพียบ อร่อยๆ สนุกอีกแล้ว
    ซักพัก พี่ที่ท่าเรือก็โทรมาตามว่า ได้เรือแล้ว เย้ๆๆๆ
    เราไปชมหิ่งห้อยเป็นเวลา ชม.กว่าๆ หนาวๆ เย็นๆ
    แต่หิ่งห้อย เยอะมากๆเลย เราล่องเรือรอบเกาะอัมพวา
    ระหว่างนั้น เป้ กะ พี่หญิง ก็กินขนมไส่ไส้ ขนมกล้อวน ตะโก้ ...อร่อยๆๆๆๆ

    พอกลับเข้าท่า เราก็เหลือบไปเห็นร้านขายของที่ระลึกกัน
    เป็นร้านขายภาพที่นั้น สวยๆทั้งนั้นเลยหล่ะ
    เป้ซื้อมา 2 ภาพ ฝากพี่เอก กะพี่จุ้ย(พ่อเจ้ากะทิไง ซื้อรูปหมามาให้เค้า)
    จากนั้น เราก็ขับรถกลับถึง กทม เที่ยงคืนพอดี
    เหนื่อยมากกกก...แต่สนุกจังเลย