Pimchanok's profileP r e t t y P i m !!^_^...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October, 2007 อยากเป็นแฟน หรือชู้ทางใจ
ตกลงเค้าอยากเป็นแฟนหรือเป็นชู้ล่ะเนี่ย? แต่ขออุบอิบว่าเป็นชู้ทางใจก็พอ อย่าได้คิดเป็นชู้ทางกายด้วยเลย ซึ่งกรณีเนี้ยดูออกยากกว่ากัน เพราะทั้งสองประการ (แฟนหรือ ชู้ทางใจ) นั้นกํ้ากึ่งกันเหลือเกินอะดิ งั้นตะลุ่งตุ้งแช่ ขอแจกแจงให้ฟังละกัน หากอยากรู้ว่า คนที่ตัวเองคบอยู่นั้น เค้าคิดอยากเป็นแฟนหรือเป็นชู้ทางใจกับคุณกันแน่? เอ้า เริ่มสังเกตกันดังต่อไปนี้ได้เลย เพราะ สัญญาณต่อไปนี้ แสดงว่า อยากเป็นแฟน ถ้าเค้า... 1. พูดให้ฟังว่า คุณกับเพื่อนสนิทหรือพี่น้องของเค้ามีบางสิ่งเหมือนกัน เช่น หัวเราะเหมือนม้าดีดกะโหลกงี้ อิอิ...พูดเล่นน่า ห้ามตกใจ เอาเป็นว่าเหมือนกันในเรื่องของนิสัยใจคอ, รักสนุกและชอบไปร้องเพลงคาราโอเกะละกัน ดังนั้น เค้าจึงคิดว่า คุณกับคนเหล่านี้คงสนิทกันได้ไม่ยาก 2. เค้าชอบหารือถึงแผนการในอนาคต แถมยังสนใจในสิ่งที่คุณมีเป้าหมายอยู่ในใจด้วยใช่มะ...นั่นแน่ หวังลงหลักปักฐานด้วยกันก็บอกมาเหอะ น่าส่งเสริมนะ ไม่ใช่น่าหมั่นไส้ 3. เค้าไม่ลังเลที่จะแนะนำคุณเมื่อเผอิญเจอคนที่เค้ารู้จัก อู้หู หยั่งงี้ นอกจากจะแสดงว่าเค้าจริงใจกับคุณแล้ว เค้ายังภูมิใจในตัวคุณด้วยน่ะซี 4. เล่าให้ฟังอย่างตรงไปตรงมาว่า ทำไมรักครั้งก่อนของเค้าจึงกลายเป็นอดีต และพยายามเรียนรู้ความผิดพลาดคราวนั้นเพื่อทำให้รักครั้งต่อไป ไม่ล้มเหลวเหมือนคราวที่แล้วไงเล่า (จริงอะ) 5. แสดงความสนใจในตัวคุณด้วยการถามเรื่องแฟนเก่า...มาแนวไหนวะเนี่ย เช่น ถามว่าแฟนเก่าของคุณมีจุดเด่นอะไร ทำไมถึงชอบ แล้วสิ่งที่ไม่ชอบในตัวแฟนเก่าล่ะ มีอะไรมั่ง? คงอยากเก็บข้อมูลไปปรับตัวกลับใจให้เป็นที่ชื่นชอบของคุณแหงๆ มองในทางบวกเข้าไว้แล้วใจจะเบิกบาน 6. แนะนำให้คุณดูหนังโรแมนติกหรือหนังผี...ฮ้า! สงสัยหนังภูตผีปิศาจช่วยทำให้คนเราหันมาเลิฟกันได้มั้ง หรือไม่งั้นถ้าดูด้วยกันจะได้หาเรื่องซบกันซะเลย ว้าว! 7. ชวนคุณให้มางานที่เค้าสามารถใช้เวลาร่วมกับคุณได้ และไม่เขินหากใครๆ เกิดเห็นเค้าอยู่กับคุณเข้าพอดี เพราะคิดว่าคุณเป็นพิกเจอร์ เพอร์เฟกต์ คู่รักเหมาะเหม็งของเค้าไง 8. เค้าอยากจับมือถือแขนคุณ เวลาไปไหนต่อไหนด้วยกัน...บ้างไหม? ถ้าใช่ แสดงว่าเค้าอยากเป็นแฟนแหงๆ ไม่ต้องสงสัยให้เวียนเฮดแล้ว พวกเราชอบใช้คำว่าชู้ทางใจ โดยหมายถึงแอบชอบและแอบหลงเสน่ห์ใครสักคนเข้าเท่านั้น ไม่ได้คิดเป็นอื่นมากไปกว่านี้ (เอ๊ะ หรือว่าคิด?) และคงไม่อ้าปากบอกคนนั้นหรอกว่า ฉันมีใจให้นะ แหม...มันเขินจะตาย ดังนั้น หากท่านใดลังเลไม่แน่ใจ ว่าใครคิดกะคุณในทางที่เป็นชู้ทางใจรึเปล่า? ก็ให้สืบจากพฤติกรรมดังต่อไปนี้ของ “ฝ่ายที่ส่งสายตามาเหล่” ละกัน ว่าเข้าข่ายนี้ไหม... 1. ชอบมองมาที่คุณบ่อยๆ แบบชอบดูพฤติกรรมน่ารักๆ และน่าใกล้ชิดของคุณไหม? ถ้าคำตอบคือใช่ นั่นแหละก็ใช่แล้ว แต่เค้าคงไม่กล้าเข้าไปจีบตรงๆหรอก กลัวเขินแล้วทำอะไรเพี้ยนๆออกมาน่ะสิ หรือไม่งั้นอาจเพราะเค้ามีแฟนแล้วก็ได้ จึงขออยู่ห่างๆเข้าไว้ หยั่งงี้แม้เป็นชู้ก็ไม่น่าเกลียด เพราะไม่ได้ไปสร้างความเดือดร้อนให้คุณนี่นา 2. เวลาคุยกันเค้ามักคุยเรื่องกว้างๆให้ฟัง เช่น เค้ามีงานอดิเรกอะไร, ไปออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาที่ไหน, ชอบกีฬาอะไรเป็นพิเศษ และอยากรู้เรื่องของคุณด้วย เพราะเค้าสนคุณนี่จ๊ะ ถ้าเผื่อชอบอะไรคล้ายกันจะได้ชวนไปทำกิจกรรมนั้นด้วยกันซะเลย โถ...อุตส่าห์ใช้ ยาสีฟันใกล้ชิดแล้วก็ต้องลองอยู่ใกล้กันมั่งดิ แต่ขอร้องอย่าชวนแฟนคุณมาด้วยละกัน มันแสลงใจน่ะซีถามได้ 3. เค้าเคยบอกคุณไหมว่า เวลาทำงานของเค้าไม่แน่ไม่นอน หรือไม่เป็นอันหลับอันนอน หากไม่ได้เจอคุณซึ่งเป็นชู้ทางใจของเค้าก็บ่ฮู้? จึงอยากคุยกันทางโทรศัพท์มากกว่า เพราะหากต่างฝ่ายต่างมีแฟนแล้ว ถ้าแค่คุยกันทางโทรศัพท์ก็ไม่ถือว่านอกใจแฟน (จนเว่อร์ไป) น่ะสิ แต่ขืนให้คุณมาเจอเค้าสิ ไม่แน่น้า อะไรต่อมิอะไรอาจสะปร๊ากเลยเถิดขึ้นมาก็ได้ งั้นใช้เครื่องมือสื่อสารน่ะดีแล้ว ไม่ต้องเห็นหน้า เดี๋ยวยิ่งพาหวั่นไหว...โอ้โห ฟังลิเกดีจัง 4. บางทีเค้าอาจมีรูปของคุณตั้งอยู่บนโต๊ะทำงาน หรือดีไม่ดี รูปอาจอยู่ในกระเป๋าสตางค์ เค้าก็ได้ โอ้โห แอบมีใจให้ลึกซึ้งแฮะ สุดท้าย...ใจนึงเค้าก็อยากอยู่กะคุณสอง ต่อสองหรอกนะ แต่อีกใจกลับบอกตัวเองว่าอย่าดีกว่า, ลืมเสียดีกว่า เพราะพอใจที่จะแอบชอบโดยไม่แสดงออกมากเกินไปน่ะสิฮ้า รู้ได้ไงว่า คุณโสดนานเกินไปแล้ว
คุณยังโสดอยู่รึเปล่า? และกลัวที่จะเป็นโสดมั้ย?
บางคนนอกจากไม่กลัวเป็นโสดแล้ว ยังยอมอยู่อย่างบัวแล้งน้ำ แต่ได้ควงกิ๊กไม่ซ้ำหน้า เพื่อทดแทนกันซะเลย โถ...ช่างเป็นไลฟ์สไตล์ หรือการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่สมัยนี้ที่ไม่รีบตัดสินใจปู้ดป้าด หาเหาใส่หัว หาเรื่องใส่ตัวด้วยการรักษาความโสดไว้ยิ่งชีพ โอ้ย...เพราะอะไรนะรึ ก็เพราะคนโสดส่วนใหญ่หวั่นใจเหลือเกินว่า ถ้าเลือกแฟนได้ไม่ดีหรือไม่ได้อย่างที่ต้องการตามมาตรฐานโอลิมปิกแล้วไซร้ ย่อมสร้างปริศนาค้างคาใจไว้มากกว่าว่า แล้วจะครองคู่อยู่ กันได้ยืดรึเนี่ย แถมหนุ่มสาวสมัยใหม่ยังทำงานหาเลี้ยงตัวเองได้ ดังนั้น พอรักไม่ค่อยยุ่งก็เลยมุ่งแต่งาน เหตุนี้จึงมีคนโสดที่เข้าข่ายควรแต่งงานได้ แล้ว แต่กลับละล้าละลังและปล่อยเรื่องของหัวใจให้เป็นไปตามยถากรรม มากกว่าจะเสาะหาหวานใจมาเจ๊าะแจ๊ะเอนจอยแบ่งปันความเลิฟต่อกันไงเล่า คุณเริ่ม รู้สึกว่าตัวเองเป็นโสดนานเกินไปแล้วรึยัง? หากท่านใดไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นงี้ไหม งั้นมามะ มาดูสิว่า มีสัญญาณเตือนให้รู้ว่า คุณเป็นโสดนานไปแล้วนะ ดังนี้...... 1. ขาดความมั่นใจในตัวเองเวลาอยู่ท่ามกลางเพศตรงข้ามบ้างมั้ย? เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณเดินผ่านหรือหลุดเข้าไปอยู่ในดงที่มีคนหน้าตาดี๊ดี แถมสามารถทำให้หัวใจดวงน้อยๆของคุณสั่นไหวได้ละก็ แทนที่คุณจะเข้าไปตีซี้ ทำความรู้จักเพื่อสานต่อความสัมพันธ์ด้วย แต่เปล่าเลย คุณกลับเขินหลบหน้าหลบตา ไม่กล้าสู้หน้ากับ “คนที่ควรชักชวนมารักกัน” นี่แหละคือสัญญาณ อ.ต.ร. (อันตราย) ล่ะว่า คุณอยู่เป็นโสดนานจนไม่รู้ควรทำตัวอย่างไรกับ “ว่าที่หวานใจ” น่ะสิ ทว่า คนที่ใจกล้าหน้าด้านปรี่เข้าไปจะฉกผัวเขา...เอ้ย ...ฉกคนที่คุณสนใจแต่เผอิญเค้าควงแฟนมาด้วย โดยไม่สนว่าคนนั้นชอบคุณด้วยรึเปล่า แถมไม่เกรงใจแฟนเค้าอีก ก็เป็นการกระทำที่ห้าว (และคงแห้ว) ไปนะ แค่มั่นใจในตัวเองระดับปานกลางพอแล้ว ไม่ควร “มั่น” ซะจนทำอะไรห่ามๆร้อก 2. ติดนิสัยตามใจปาก เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ เพราะอยู่ตัวคนเดียวมากไป ดังนั้น เวลาถูกชวนหรือคุณไปชวนใครทานอาหารก่อนก็เหอะ แต่พอถึงร้าน แทนที่คุณจะแสดงความสุภาพและให้ความสำคัญกับใครคนนั้น ด้วยการให้เค้าเป็นฝ่ายเลือกรายการอาหารที่จะสั่งก่อน หรือเทน้ำให้เค้าดื่ม ก่อนเทให้ตัวเอง แต่คุณสิ กลับไม่มีมารยาทเวลาอยู่บนโต๊ะอาหารเอาซะเลย แถมยังกินมูมมาม ชนิดไม่สนอิมเมจ (ภาพพจน์) ของตัวเองสักกะติ๊ด งั้นกลับไปติวมารยาทซะใหม่แล้วค่อยกลับมาลงสนามรักต่อ...ดีกว่านะ 3. มัวเอนจอยกับสัตว์ เลี้ยง หรืองานอดิเรก จนไม่สนที่จะมีแฟน เพราะลืมไปแล้วว่าจะบริหารเสน่ห์ของตัวเองยังไงให้ใครๆสนน่ะสิ เช่น ออกไปสังสรรค์ปาร์ตี้กับเพื่อนๆ ที่ครั้งนึงคุณเคยหมกตัวอยู่กับก๊วนจอมซี้เหล่านี้ แทนจับเจ่าอยู่กับเจ้าตูบแสนซื่อ และแมวจอมประจบแต่ในบ้าน หรือไม่งั้นก็ติดละครหลังข่าว, รายการแข่งขันประกวดร้องเพลงที่ฮิตจัดกันเหลือเกิน รวมทั้งหนังซีรีส์ทางเคเบิลทีวี จนไม่ยอมพลาดละก็ นี่แหละแสดงว่า เป็นโสดนานจนฝุ่นจับแล้วนะยะ 4. แม้จีบใครได้สักคน คุณก็แค่คิดว่าเป็นกิ๊กคลายเหงาเท่านั้น ไม่ได้คิดจริงจังอะไรด้วย (เอ๊ะ หรืออีกฝ่ายไม่อยากจริงจังด้วยก็บอกมาซะดีๆ โธ่ทำแก้ตัวไปงั้น) ถึงออกลีลาจีบใครสักคนมาเป็นกิ๊ก (ชนิดว่าชอบมากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่รัก) ได้ แต่คุณดันทำให้ ความสัมพันธ์ครั้งนี้เดินอยู่กะที่ซะงั้น ไม่ยอมพัฒนาความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้ามากกว่าที่เป็นอยู่ ปัดโธ่ ขืนเป็น “โสดไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” นานๆเข้า คุณยิ่งไม่กระตือรือร้นเลื่อนฐานะจากกิ๊กมาเป็นแฟนกันให้รู้แล้วรู้แรด (แรดน่ะทำเป็นแต่แฟนเหรอ แปลว่าอะไรน้อ) จึงทำให้ไม่มีแฟนถาวร เป็นแค่กิ๊กประเภทอยากเจอก็โทร.ไปนัดมาพบ ถ้าอยากคุยก็คุยกันทางโทรศัพท์ แถมยังทำงี้กับเค้าในเวลาที่ตัวเองต้องการเท่านั้นซะด้วย โดยไม่สนเค้าอยากคุยด้วยรึเปล่า แต่จะตื๊อให้คุยมีไรป่ะ ไม่รู้จักเจ้าแม่ซะแล้ว 5. ติดเพื่อนเกินกว่าจะหาแฟนมาเป็น “คนรู้ใจ” เคยชินกับการอยู่ท่ามกลางเพื่อนๆมาตลอดชีวิตนี่หว่า แล้วจะดิ้นรนหาแฟนไปทำมั้ย เวลาอยู่กะเพื่อน คุณทำอะไรก็ได้ ทำตัวสบายๆ ไม่ต้องเกร็ง ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องเหนื่อยคอยประจบประแจงเอาใจใคร แหม้...ง่ายกว่าการอยู่กะแฟนตั้งเยอะ แถมอยู่กับเพื่อนยังไม่ต้องวางฟอร์มหรือเก๊กท่าด้วย 6. คบคนสะเปะสะปะ และสับสนระหว่างการคบแบบเป็นคู่รัก กับคบแบบแค่รู้จักน่ะต่างกันอย่างไร? เอ้าจะให้แยกคนทั้งสองกลุ่มนี้ออกจากกันได้ไง ในเมื่อคุณอยู่คนเดียวมานานจนลืมไปแล้วว่า เวลาเจอ “คนที่ใช่” แล้วจะทำให้เค้ารู้ว่า เค้าคือ “หนึ่งเดียวคนนี้ของคุณ” ได้อย่างไร...นี่สิน่าคิด เคยเห็นคนโสดบางรายพอเจอใครที่ตัวเองติดตาต้องใจปุ๊บ พอผ่านด่านทำความรู้จักกันได้ แต่ก็กลับแป้ก ไม่ สามารถทำให้เค้ารู้ใจจริงของคุณสักทีก็มี จึงติดแหง็ก อยู่แค่การเป็นคนรู้จักนั่นแหละ ทั้งที่อีกฝ่ายเตรียมยินยอมพร้อมใจแล้วเชียวนะ เชอะยังบื้อใบ้อยู่ได้ อ้อ บอกก่อนว่า ไม่ได้ประสงค์จะชวนให้คิดมากซะหน่อยว่า เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไหนดีกว่ากัน? ของพรรค์นี้ตัดสินใจเองได้ ไม่ต้องรอให้ใครมา “ยุ” คุณหรอก จริงไหมล่ะฮ้า August, 2007 21 ข้อน่าคิดว่า จริงไหม??21 ข้อน่าคิดว่า จริงไหม??
1.รักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม เติบโตด้วยการจุมพิต และจบลงด้วยน้ำตา June, 2007 เรารักกัน หรือ ฉันแค่รักเธอเรารักกันหรือฉันแค่รักเทอแย่จัง... รักใครคนหนึ่ง แต่กลับรู้สึกดีๆ กับอีกคนแย่จัง... รักใครคนหนึ่ง แต่กลับรู้สึกดีๆ กับอีกคนบ่อยครั้งเคยสงสัยว่า . . . ทำไมเราถึงเลือกที่จะบอก . . . รัก . . . คนหนึ่ง ในขณะที่อีกคน กับบอกแค่ว่า . . . รู้สึกดีๆ ใครคนหนึ่ง . . . เคยบอกไว้ว่า ความรู้สึกดีๆ มันมีอณูที่เล็กกว่า ความรัก มันสามารถแทรกซึม ผ่านช่องว่างของหัวใจ . . . เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายได้ . . . มันคล้ายกับ เมล็ดพันธุ์เล็กๆของ ความรัก รดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ย ให้แสงแดดที่พอเหมาะ เอาใจใส่ ดูแล ทะนุถนอม สักวันเมล็ดพันธุ์นั้น . . . จะเติบใหญ่กลายเป็น . . . "ต้นไม้แห่งความรัก" มันเป็นความรู้สึกที่มากกว่าชอบ . . . แต่ไม่ใช่รัก และมีแนวโน้มว่า . . . จะพัฒนาต่อไป . . . ในขณะเดียวกัน . . . เรารักใครหนึ่งคนอยู่แล้ว . . . แต่กับรู้สึกดีๆ กับใครอีกหลายคน นั่นคืออะไร? เหตุผลนะเหรอ . . . เพราะโลกนี้ ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ คนหนึ่งคนไม่สามารถเป็น และให้ทุกอย่างๆ ที่เราต้องการได้ คนที่รัก . . . อาจไม่ใช่คนๆ เดียวที่เข้าใจเรา คนที่รัก . . . อาจไม่ใช่คนๆ เดียวที่ใส่ใจเรา คนที่รัก . . . อาจไม่ใช่คนๆ เดียวที่เชื่อใจเรา เมื่อมีใครมาเข้าใจ ใส่ใจ เชื่อใจ มีหรือจะไม่รู้สึกดี หัวใจก็ย่อมไหวเอน . . . เชื่อเถอะว่าเป็นทุกคน . . . ถ้าไม่โกหกตัวเอง . . . ความรู้สึกดีๆ . . . อาจเกิดขึ้นกับใครบางคนในช่วงระยะใด เวลาหนึ่ง อิ่มใจ สุขใจ ประทับใจ อยู่ใกล้แล้วมีความสุข ในขณะที่ความรัก . . . เกิดจากความผูกพันทางใจ สุข ทุกข์ เราร่วมรับรู้ ไม่ใช่แค่ระยะเวลาช่วงใดช่วงหนึ่งเท่านั้น ในเมื่อโลกนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ . . . เราเองก็ไม่สมบูรณ์แบบ จงยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบ . . . ของกันและกัน ความรู้สึกดีๆ . . . อาจเกิดขึ้นกับใคร ตอนไหน เมื่อไหร่ก็ได้ แต่ความรัก . . . มันเกิดจากกระบวนการซับซ้อนของหัวใจ ต้องใช้เวลาในการถักทอ สายใยเบาบางนั้นขึ้นมา มันอาจเป็นความรู้สึก . . . พิเศษๆ ละม้ายคล้ายกัน แต่ ในเชิงความหมาย แตกต่างแน่นอน. . . June, 2007 "ไม่เคยมีความแน่นอนในความรัก""ไม่เคยมีความแน่นอนในความรัก"
คำพูดนี้ยังคงเป็นคำพูดอมตะเสมอ
ตราบใดที่โลกยังหมุนให้ชีวิตของคนเรา
ไปพบเจอเรื่องราวต่างๆ มากมายอยู่ทุกวัน
ความเปลี่ยนแปลงก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา..ยิ่งอ่อนไหวยิ่งเปลี่ยนง่าย
ธรรมชาติมอบไว้..ให้ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกได้พบเจอ
โดยเฉพาะมนุษย์ที่เราเชื่อกันว่า..
เป็นสัตว์ที่ไวต่อความรู้สึกมากที่สุด
ทุกนาทีที่โลกหมุนไปกระทบกับอะไรก็ตาม
มนุษย์จึงง่ายที่จะรู้สึกและสัมผัสได้
เช่นนั้นแล้ว..มนุษย์จึงง่ายที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างที่สุดเช่นกัน
![]() ในความเป็นคนรักที่เคยรักใคร่กันมานาน
วันคืนที่ได้เรียนรู้นิสัยใจคอกันมานั้นย่อมทำให้รู้จักกัน
อย่างลึกซึ้ง รู้จักนิสัยใจคอของกันและกันเป็นอย่างดี
หรือแม้แต่เป็นเรื่องเล็กน้อยที่เป็นสิ่งเข้าใจยาก
แต่ก็สามารถรู้สึกและเข้าใจ
ได้ด้วย Sense ของการเป็นคนใกล้ชิด
ทุกอย่างย่อมสื่อถึงกันได้
จึงเป็นเรื่องยากที่ใครสักคนจะปกปิดความรู้สึก
หรือเก็บงำอะไรบางอย่างให้อยู่ในใจเพียงอย่างเดียว
เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนไป
อีกฝ่ายจึงสามารถรู้ได้ สัมผัสได้ก่อนใคร
อาจไม่ต้องมีใครบอก ไม่ต้องมองเห็นด้วยตาเปล่า
แต่ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
ทุกๆ คนจะสามารถรับรู้ได้ด้วยใจ สัมผัสได้ด้วยความรู้สึก
บางครั้งคำตอบหรือข้อสรุปว่า
ความรักไม่เหมือนเดิมแล้วก็ไม่ต้องรอคำยืนยันจากใคร
เพราะ Sense ของความรักจะช่วยเราหาคำตอบ
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะยอบรับได้มากน้อยแค่ไหน...
ถึงเวลาที่ต้องเลิกหรือยัง...เป็นคำถามที่ตอบยาก..แต่..
เราจำเป็นต้องสละเวลาสักหน่อย
เพื่อมาคิดคร่ำครวญหาคำตอบ
เพราะไม่ใช่เรื่องที่เราจะตอบได้ง่ายๆ เลย
เมื่อเราคบกับใครสักคน
คืนวันที่ผ่านมาล้วนเต็มไปด้วยความผูกพันกัน
จนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตกันไปแล้ว
เหมือนเส้นขนานสองเส้นที่ลากยาวคู่กัน
เคียงข้างกันไปเรื่อยๆ ต่างคนต่างเติมเต็มกันและกัน
แต่ต้องอยู่คู่กันทั้งสองจึงจะเรียกว่าเส้นขนานได้
แต่ถ้ามีเส้นใดเส้นหนึ่งเฉไปออกนอกลู่นอกทาง
ก็ไม่อาจเรียกว่า..เป็นเส้นขนานอีกต่อไปได้แล้วล่ะ!!
![]() บ่อยแค่ไหน...ที่เส้นตรงอีกเส้นที่เคยทอดยาวอยู่ข้างๆ เรา
ได้เฉไปมาและโค้งห่างออกจากเรา
ปล่อยให้เราทอดยาว เ พี ย ง ลำ พั ง
และกลายเป็นเพียง "เส้นตรง" ที่ โ ด ด เ ดี่ ย ว
ความโดดเดี่ยวของการถูกทอดทิ้งนั้น
เ จ็ บ ป ว ด กว่าความโดดเดี่ยวของการไม่มีใคร
หลายๆ ครั้งที่เราจะต้องพบกับสายตาที่ว่างเปล่า
กับความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปในรูปแบบที่เห็น
เราเป็นภาระของความรู้สึกที่เขาต้องรับผิดชอบ
คบกันไปทุกวันก็ต้องคอยรับรู้ถึงความเปลี่ยนแปลงและคำโกหก
คำแก้ตัว สารพัดเหตุผลที่จะถูกนำมาอ้าง
แม้บางครั้งที่เรารู้ทั้งรู้ว่าไม่จริง
แต่เมื่อไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้ ต้องแกล้งนิ่งเฉย
แกล้งทำเป็นเชื่อ ทั้งๆ ที่ในใจสุดจะกล้ำกลืน
มีอะไรที่ทำได้มากไปกว่านี้อีกล่ะ
แล้ว..ศักดิ์ศรีล่ะ..ศักดิ์ศรีของเราอยู่ตรงไหนกัน
![]() บางครั้ง...คนที่ไม่รักเราแล้ว
ก็ไม่มีทางที่จะบอกความจริงกับเราหรอก
เขาไม่มีทางจะ ย อ ม รั บ
และก็ไม่ยอมที่จะเอ่ยปากบอกเลิกลาด้วยเช่นเดียวกัน
ที่เขาไม่ยอมบอกเลิก
ก็อย่าได้คิดว่าเค้ายังรักเราอยู่ ยังอยากคบกับเราอยู่
ที่เขาอยู่เพราะเขาไม่อยากเป็นคนผิดต่างหาก
เขาไม่อยากถูกสังคมหรือคนรอบข้างประฌามว่าเป็นคนไม่ดี
เขาจะพันธนาการเราไว้ด้วยคำรักในครั้งอดีต
ซึ่งป่านนี้คงเสื่อมสภาพไปหมดแล้ว
ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันจะ ก ด ดั น
ให้เราเป็นฝ่ายที่จะตัดสินใจเป็นคนบอกเลิกเองในที่สุด
ไหนๆ ชีวิตนี้ที่คบกันมา
ก็ทำเพื่อเขามาซะมากมายขนาดนั้นแล้ว
จะกินอะไร จะเอาอะไรแทบจะหามาถวาย
เคยขัดใจสักครั้งแทบไม่มี
ยอมจนไม่รู้จะยอมอะไรอีกแล้ว
ทำให้จนไม่รู้ว่ามีอะไรอีกที่ยังไม่ได้ทำ
ก็นั่นแระสิ่งสุดท้าย..ทำให้เขาหน่อยเป็นไร
เป็นคนเดินไปจากเขาเสียเอง
แค่นี้เขาก็กลายเป็นคนดีสมใจแล้ว
ส่วนคนรอบข้างจะมองว่า
เราไม่ดีที่เป็นคนบอกเลิกเขาไปยังไงก็ไม่ต้องไปสนใจ
ไม่ต้องแคร์อะไรทั้งนั้น
ไม่มีอะไรต้องเสียใจมากไปกว่านี้อีกแล้วนี่ !!!
" อาจจะเจ็บปวดไปหน่อย
แต่ก็จะเป็นการเจ็บครั้งสุดท้าย
และที่สำคัญเราได้เป็นคนเลือกเอง
เลือกที่จะหักอกตัวเองด้วยมือของตัวเอง
ถึงจะเสียใจแต่ก็แน่ใจได้ว่า..
ชีวิตที่เหลือต่อจากนี้จะดีขึ้นแน่นอน
จะคิดอะไรมากทำใจใหญ่ๆ ไว้
เมื่ออยู่ก็เจ็บ จากก็เจ็บเหมือนกัน !!!....
April, 2007 เรากำหนดรัก หรือ รักกำหนดเรา
ทำไม? คนเราต้องมีความรัก . . . ทำไม? คนเราต้องโหยหาความรักอยู่ตลอดเวลา
ทำไม? คนเราถึงไม่เคยพอกับความรัก ทำไม? คนบางคนถึงไม่เคยพบกับความรัก
ทำไม? คนบางคนไม่เคยเปิดใจตัวเองตอนรับใคร ทำไม? คนบางคนถึงต้องอกหักอยู่บ่อย
ไม่ต้องเสียใจที่เขาไม่รักเรา . . . คนบางคนไม่เคยสมหวังกับความรัก
คนบางคนยังไม่พบคู่แท้ของเขา เราควรจะทำตัวเราให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา
ไม่ต้องเสียใจที่เรายังไม่เจอคนที่เรารัก . . .
จงทะนุถนอมหัวใจของเราไว้ให้ดี . . . อย่าปล่อยให้โชคชะตาลิขิตชีวิตเราทั้งหมด . . .
โชคชะตาสามารถทำให้เราพบคนที่ถูกใจ . . . ความรัก . . . เกิดจะเกิดขึ้นหรือไม่ ไม่ได้อยู่ที่โชคชะตา
April, 2007 ลองหยุด . . .วิ่งตามเขาสักครั้งหากเรา หาเหตุผลให้กับตัวเอง ว่า . . .
ทำไม . . . เราถึงรักคนๆ นี้นัก แล้วเหตุผลที่ได้ มีแค่เพียง . . . รักเพราะรัก ฟังดูอาจเลื่อนลอย ไร้จุดหมายเกินไป แต่สำหรับคนที่รักกัน . . . เหตุผลเพียงแค่นี้ ก็เพียงพอ ที่จะสานต่อความรัก . . . ให้อยู่ต่อไป แต่กับคนที่เรารักเขา . . . แล้วเขาไม่รักเรา ไม่เคยจะมองเห็น แม้แต่คุณค่า ในตัวเรา ต่อให้เรา หยิบยื่นสิ่งดีๆ ให้เขาเพียงไหน หรือให้เหตุผลมากมาย. . . ในคำว่า รักที่เรามีให้ เขาก็คง มองไม่เห็นมันเหมือนกัน และกับคนประเภทนี้ . . . ยิ่งเราเรียกร้องมาก แค่ไหน . . . ก็จะยิ่งสร้างความเหนื่อยใจ . . . ให้กับเราเท่านั้น ถ้าคุณ มีความสุขกับมัน . . . ก็ดีไป แต่สุข . . . แล้วเหนื่อยใจ ก็น่าคิดเหมือนกัน คนเรา . . . เหนื่อยแล้วก็ต้องพัก ต้องหาทางออก ที่ทำให้เราดีขึ้น กับเรื่องของความรัก ก็เช่นกัน เมื่อเราต้องเหนื่อยล้าเพราะมัน คงต้องพักซะบ้าง ลองหยุดวิ่งตามเขาซักครั้ง . . . แล้วมาเดิน(แค่เดิน) ตามตัวเองดูสักหน คุณอาจรู้สึกดีกว่า . . . การต้องวิ่งตามใครคนนั้น อย่างน้อยๆ คุณจะพบว่า . . . การเรียนรู้ที่จะรักตัวเองนั้น . . . ไม่ทำให้เราเหนื่อยใจเลย ความจริงแล้ว . . . การรักตัวเอง ไม่ยากเลย ถ้ายังไขว่คว้าหารัก แต่ยังไม่พบเจอคนที่รักเราจริง ก็อย่าฝืนที่จะรัก . . . เดี๋ยวจะเสียใจทีหลัง ถ้าเสียใจ ก็ขอให้คิดถึงตัวเองให้มากๆ แล้วบางทีสิ่งดีๆ . . . ก็อาจรอเราอยู่ในวันข้างหน้า March, 2007 ปรัชญาต๊องๆ น่ารักๆ 19 ข้อ1. อย่าขับรถเร็วเกินที่เทวดาประจำตัวของคุณบินทันเป็นอันขาด
2. การแก้แค้นไม่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้นเหมือนกับดื่มน้ำทะเลเวลาหิวน้ำนั่นแหละ
3. ความหมายของความสุขขึ้นอยู่กับสิ่งที่คุณอยากให้มันเป็น
4. "อย่ากลัวความฝันของคุณ: มันง่ายกว่าที่คิด"
5. นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่า ทุกๆ 4 คนจะมีคนหนึ่งที่สติเพี้ยน ๆ ลองเช็คเพื่อนคุณสัก 3 คนสิ ถ้าทุกคนปกติดีก็คุณน่ะแหละ
6. แบ่งปันรอยยิ้มของคุณให้กับทุกคน แต่ให้เก็บจุมพิตให้กับคนเพียงคนเดียว
7. น้ำตาจะให้คุณก็แค่ความเห็นอกเห็นใจ แต่เหงื่อจะทำให้คุณประสบความสำเร็จ
8. สิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ไม่ใช่วัตถุ
9. การออกกำลังกายที่ดีที่สุดสำหรับจิตใจคือการก้มลงแล้วช่วยคนอื่นให้ลุกขึ้น
10. คนๆหนึ่งอาจทำอะไรผิดพลาดได้หลายอย่าง แต่มันจะกลายเป็นความพ่ายแพ้ไปจริงๆ เมื่อเขาเริ่มโยนความผิดไปให้คนอื่น
11. เรารู้สึกดีที่มีความสำคัญ แต่ที่สำคัญยิ่งกว่าก็คือเป็นคนดี
12. มีแต่ปลาตายที่ลอยตามน้ำ
13. คุณค่าของคน ๆ หนี่งบอกได้จากวิธีที่เขาปฏิบัติต่อคนที่เขาไม่ต้องการ
14. เงยหน้าขึ้นรับแสงตะวัน แล้วคุณจะไม่มีวันพบกับเงามืด
15. คนอ่อนแอเท่านั้นที่ให้อภัยใครไม่เป็นการให้อภัยเป็นคุณสมบัติของผู้ เข้มแข็ง
16. ในโลกนี้ไม่มีคนแปลกหน้าสำหรับเรา มีแต่เพื่อนที่เรายังไม่ได้พบเท่านั้น
17. เมื่อคุณพูดความจริง คุณไม่จำเป็นต้องไปนั่งจำอะไรทั้งนั้น
18. เด็กๆต้องการความรักมากที่สุด เมื่อพวกเขาทำตัวไม่น่ารัก
19. คำว่า listen (ฟัง) นั้นใช้ตัวอักษรชุดเดียวกับคำว่า silent (เงียบ) January, 2007 Happy New Year 2007สวัสดี...ปีใหม่ของฉัน
ปีนี้...เหมือนน่าเศร้า แต่ก็ไม่เศร้าอะไรเลย ปีนี้..ไม่ได้กลับบ้านที่นราธิวาส โปรแกรมของปีนี้ ประกอบไปด้วย วันที่ 30 Dec 06 ไปเดินสวนจตุจักร...คนเดียว วันที่ 31 Dec 06 ไปเดิน shopping ที่ central ลาดพร้าว...คนเดียว พร้อมข่าวการวางระเบิด วันที่ 1 Jan 07 ไปทำงาน Stand by ปีหใม่ที่ออฟฟิศ เจอพี่อู๋ พี่โอ๋ วันที่ 2 Jan 07 ไปทำงาน Stand by ปีหใม่ที่ออฟฟิศ เจอพี่ๆมากกว่าเมื่อวาน สรุปว่า มีอะไรให้ทำเยอะแยะ ไม่เบื่อ ดู VCD ที่อยากดูคือเรื่อง The BangQuet ++++++++++ได้กินของที่อยากกิน++++++++++ ++++++++++ได้ซื้อของเล่นใหม่++++++++++ ![]() ++++++++++และได้ที่วางของในห้องน้ำ++++++++++ ![]() สบายใจล่ะ ได้ทุกอย่างที่อยากได้ แต่อย่าเพิ่งแปลกใจที่ไม่มีเสื้อผ้า รองเท้า เพราะ...ซื้อมาเรื่อยๆแล้ว :) ปีนี้..ขออวยพรให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน Blog นี้ มีความสุขมากๆ ร่ำรวย สวยๆ หล่อๆ ทำอะไร ก็ได้สมความปรารถนานะจ๊ะ PrettyPim September, 2006 ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ....เค้าว่ากันว่า...... ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของคนเราคือ.... การตกหลุมรักใครสักคน การได้จูบครั้งแรก การได้หัวเราะจนท้องแข็ง การได้นั่งอ่านจดหมายเก่าในวันว่าง การได้ใช้เวลาว่างในที่ๆ แสนงดงาม การได้ฟังเพลงที่ชอบทางวิทยุ การได้นอนฟังเสียงฝนตก เมื่อเวลาที่เราอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ แล้วเจอผ้าเช็ดตัวอุ่น การสอบเสร็จ การได้รับโทรศัพท์จากใครสักคนที่ไม่ได้พบเจอเขาบ่อยน ัก การเจอเงินที่เราซ่อนไว้ตั้งนานมาแล้ว การได้ยิ้มกับใครสักคน การได้คุยโทรศัพท์ได้เป็นชั่วโมงกับคนรัก การยิ้มโดยไม่ต้องมีเหตุผล การถูกชมอย่างกะทันหัน การตื่นขึ้นมาแล้วตระหนักได้ว่ามันน่าจะนอนต่อได้อีก ตั้งชั่วโมงแน่ะ การได้ฟังเพลงที่ทำให้เรานึกถึงคนพิเศษของเรา การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม การมีเพื่อนใหม่ การรู้สึกเหมือนผีเสื้อบินว่อนอยู่ในท้องคุณเวลาคุณเ จอหน้าเค้าคนนั้น การผ่านช่วงเวลานึงไปได้พร้อมกับเพื่อนที่ดีที่สุดขอ งคุณ การได้เห็นคนที่คุณชอบมีความสุข การได้ใส่เสื้อของคนที่เราชอบทั้งๆ ที่กลิ่นหอมของเค้ายังกรุ่นอยู่ การได้เจอเพื่อนเก่าอีกครั้งแล้วรู้สึกเหมือนไม่มีอะ ไรเปลี่ยนไปเลย การได้มองท้องฟ้ายามโพล้เพล้ การได้ยินใครสักคนบอกรักคุณ ที่สุดคือ…การได้รู้ว่าเราเป็นที่รักของคนที่เรารัก September, 2006 My GirL GanG : SaiPanyaนี่เป็นรูปที่เราถ่ายเมื่อได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง หลังจากที่พิงค์เรียนจบโทจากอเมริกา ซ้ายสุด....คือ....จึง ขวาสุด...คือ..แกรนด์ July, 2006 ควันหลง FIFA Worldcup 2006เมื่อไม่นานนี้เป็นที่รู้กันว่าเป็นเทศกาลบอลโลก...คงไม่แปลกที่ผู้หญิงจะดูบอลบ้าง ...แต่ที่แปลกคือ เราดูบอล ดูหลายนัด อดหลับอดนอน เพื่อ... อิอิ..เพื่อเชียร์อังกกฤษ ก็นักเตะหล่ออ่ะ ที่ชอบก็ Steven Gerrard แต่ดูไปดูมา เล่นไม่ค่อยดีหล่ะ ไปเหลือบเห็น Jo Cole เข้า หน้าตาแบบนี้ชอบจัง..ก็ดูนัดที่อังกฤษแข่งมาตลอด..จนตกรอบไป ...เศร้าจัง... จากนั้นก็มุ่งมั่นเชียร์ฝรั่งเศส อิอิ..เชียร์ Zidane แต่ก็มาแพ้อีก..ไม่เป็นไรนะ Zidane June, 2006 ย้อนกระบี่..ไปยัง..สวนเบญฯหลังจากที่ขากการ Update Blog ไปซะนาน ตังแต่ไปเที่ยวกระบี่มา ก็ยังไม่ได้มาเขียนเลย
งานนี้ มีรูปเพียบเลยสวยๆ ทั้งน้านนนน....เอามาฝากตรึม ไปดูที่ Photo ได้นะจ๊ะ งานต่อมา ก็ได้ไปดูพลุดอกไม้ไฟ งานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ที่สวยเบญจกิตติมา
วันนี้คนเยอะมาก และพลุก็ไม่ค่อยสวย เฮ้อ...เหนื่อยจัง ...แต่งานนี้ก็ Happy ก็ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งของสามเกลอ..เป้ ยุ้ย เล้ง ![]() งานนี้เล้งไปถึงคนแรก...ตามเคย เราไปถึงเป็นคนที่สอง ส่วนยุ้ย..คนชวนยังติดงานอยู่ เรากะเล้งก็เลยเดินไปดูทำเลที่จะสามารถถ่ายรูปพลุ เดินำป เดินมา เจออ้อกะพี่กร วันนี้อ้อไปสำพาดงานมา สวยจัง หรือเราไม่ได้เห็นหน้านานมาก ดีใจจังได้เจอเพื่อนสนิททั้งน้านนน รอไป รอมา เค้าเลือนการแสดงพลุจากหกโมงเย็น เป็นสองทุ่มครึ่ง
เฮ้อ...อีกนาน พอยุ้ยมาถึง เราก็ออกไปกินข้าวที่สามย่าน วันนี้ไปกินร้านเฮีย..ไม่อร่อย คราวหน้า..จะมากันใหม่ เอาอร่อยๆ สมคำล้ำลือนะ..ยุ้ย กลับมาที่ศูนย์ประชุมฯ คราวนี้ คนมหาศาลโคตรๆๆ เราพากันเดินไปยังที่ๆเราได้ไปดูไว้ตั้งแต่ทีแรก
เราเจอที่ล่ะ...บนหลังรถของชาวบ้านที่ไม่รู้ตัว เราไม่เคยถ้ายพลุเลย,,ยากจัง ได้ภาพมาเยอะเลย แต่ไม่ work ยังมีหน้าเอาไปอวดชาวบ้านอีกนะ ขากลับต้องเดินไปขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินที่คลองเตย โคตรจะไกล แต่ก็ดีกว่าไม่ได้กลับมานอน ดูพลุเพิ่มเติมได้ที่ http://pupe.promptnow.com/pic/20060609/ ....ฝืมือนู๋เองค่ะ :P April, 2006 Fl.13 True Tower, new look...วันนี้...ยี่สิบสี่เมษายน ขึ้นลิฟท์ที่ตึก True เหมือนเคย..
แต่วันนี้ท่องไว้ๆ กดชั้น 13 นะ...กลับมาที่ชั้น 13 อีกครั้ง
ทีแรกก็นึกว่า..จะไม่ได้กลับลงมา...เอ..บางคนคงกำลัง..งง ...งง เรื่องราวมันมีอยู่ว่า ที่ตึกทรูจะจัดรูปแบบออฟฟิศใหม่ ต้องทำแต่ละชั้นไม่พร้อมกัน จึงมีการโยกย้ายที่อยู่ชั่วคราว โดยที่มักจะใช้ชั้น 20 เป็นที่พักชั่วคราว และแล้ว PCT ก็ย้ายไปอยู่ที่ชั้น 20 กี่เดือนจำไม่ได้ ระหว่างนั้น..เราก็เรียนใกล้จะจบล่ะ..จึงลุ้นๆว่า จะต้องย้ายกลับลงมาที่ชั้น 13 อีกมั้ย สุดท้าย..มันก็ยังไม่ไปไหน มันก็ต้องย้ายข้าวของลงมาที่ชั้น 13 ตามที่คาดไว้ นั่งนึกๆ..นี่ก็ใกล้จะครบ 3 ปีแล้วนะ ที่ทำงานที่ PCT เป็ยยังไงบ้างหล่ะ ย้ายลงมาคราวนี้..พี่เค้าจัดให้นั่งกันเป็นแผนก..นั่งกับพี่ๆที่ทำหน่วยเดียวกัน เราอยู่หน่วย Technical Support ของฝ่าย Network Engineering and Technical Support ก็จะมีสมาชิกทั้งหมด 6 คนซึ่งนับรวมหัวหน้าที่แสนดี และพี่ๆหนุ่มมาก หนุ่มน้อยอีก 4 คน เราก็เลยเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียว..แต่อบอุ่นมากๆ..พี่ๆใจดีทุกคน น่ารักที่สุด..อิอิ เรานั่งอยู่ทางซ้ายมือของหัวหน้า...เอ..หรือเป็นมือซ้ายของเค้า..คิดไปนั้น..ไม่ใช่หรอกจ๊ะ พูดถึงสีสัยของออฟฟิศ..ก็ยังเสร็จไม่สมบูรณ์แบบ..โทนสีก็เป็น..ส้ม..เหลือง โทนสีดูร้อน..แรง..หรืออบอุ่นก็ไม่รู้ อีกด้านของออฟฟิศเป็นพื้นที่ใช้งานส่วนรวม จัด theme เป็นสไตล์ผับหรือบาร์..มั้ง คือมีเป็นถ้วยใหย๋ๆตรงกลาง แต่เหมือนบาร์มากกว่า และมีคอกเล็กๆไว้ให้นั่งประชุม 3 คอก ถ้าเสร็จคงสวยกว่านี้ เพราะเค้ากำลังตกแต่งหน่ะ ไว้จะถ่ายรูปมาให้ดูกันนะ วันนี้ไม่ค่อยได้งาน เพราะ Lan ไม่สามารถ Remote ไปยัง Server ที่ชั้น 12 ได้ ต้องวิ่งไปมา 2 ชั้น ห้อง server ก็หนาวเหลือเกิน เบื่อด้วย..เช้าไปคนเดียว แต่ก็ติดต่อ IT helpdesk ไปแล้ว..ดูเหมือนจะไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย เฮ้อ..งงจัง แล้วจะทำงานกันยังไง...แต่ยังไม่มีใครบ่น..เหมือนเรา สรุปวันนี้..รู้สึกบรรยากาศภายในตัวของเราเอง..อึมครึม..เงียบ..เหงา..ไม่สดใส เป็นเพราะอะไรกัน...ยังอยากทำงานที่นี่อีกรึป่าวก็ตอบไม่ถูก รู้สึกอึดอัด..กดดัน.....อีกนานไหม เป็นห่วงตัวเองจังเลย..เข้มแข็งนะ April, 2006 พื้นที่เล็ก..เล็กในวันนึงเท่าไร ก็ไม่เปลี่ยนไปได้หรือเปล่า ให้ความสดใส ยังอยู่กับเรา อย่าให้ใครเขามาแย่งไป แค่เพียงอยาก ขอพื้นที่เล็กๆนี้ยังเป็นเด็กไปนานๆ ให้เรายังได้ฝัน ให้เรายังยิ้มได้ โลกแห่งความจริง มันจะดีหรือร้าย เก็บความเป็นเด็กในหัวใจ เอาไว้ เพลง พื้นที่เล็กๆ ของ บอย ตรัย ภูมิรัตน ฟังแล้วก็นึกถึงวัยเด็กจัง วัยที่ไม่ค่อยคิดอะไร ไม่รู้จักอะไรที่ลึกซึ้ง วัยที่ไม่คาดหวังอะไร มีความสุขกับครอบครัว กับเพื่อน กับโรงเรียน กับของเล่น รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ หรือน้ำตา ที่ออกมาตรงๆ ไม่ต้องปิดบัง หรือซ้อนเอาไว้ อยากพูด อยากทำอะไร ตามที่คิด ตามที่ต้องการ...ดีจัง ทำไม..โตขึ้นแล้ว หลายๆอย่างก็เปลี่ยนไป ต้องดูแลตัวเอง ทั้งตัว..ทั้งหัวใจ..ทำยังไง..ให้มันอยู่ในสภาพที่ดีตลอดไป March, 2006 Happy Ending! my independence study :)
ทีแรกก็ไม่ได้เอาอันนี้ มีคนทักว่า ทำไม powerpoint สีอึมครึม ไม่สดใส แต่ก็ไม่ได้กังวลอะไรมาก เพราะเนื้อหาเหมือนตอนสอบ Progress เลย
วันนี้ 30 มีนาคม -- Happy birthday to PookkiE รวมถึงเป็นวันสอบสัมภาษณ์ขั้นสุดท้ายของ Independence study ด้วย เริ่มสอบเวลา 13.00 น. คนต่อไป ก็ท่าน อ.ผึ่งผาย จากภาคเคมี เป็นตัวแทนบัณฑิ๖มานั่งฟัง
เริ่ม Present ไปเรื่อยๆ จบการนำเสนอ..ขอบคุณค่ะ จากนั้น โทรหายุ้ย แม่ พี่หญิง ... เท่าที่จำได้
March, 2006 เพลงบางเพลง..ยิ่งฟัง..ยิ่งไม่ชอบมีทางสองทางที่ให้ฉันต้องเลือก
เลือกอยู่ทำดีกับเธอ หรือตัดเธอไปจากใจ มันเป็นสองทางที่ต้องตัดสินใจ <! เมื่อเธอนั้นไม่ได้รัก ก็ควรจะไปจากเธอ !> ทั้งที่ฉันทำเพื่อเธอทุกอย่าง แต่ไม่มีวันที่เธอจะมองเห็น ทั้งที่รู้แต่ใจก็ยังลังเล <! ฉันควรจะอยู่หรือไป !> ใจหนึ่งก็รัก อีกใจหนึ่งก็เจ็บ เจ็บที่ยังรักเธอข้างเดียวอยู่ร่ำไป <! ใจหนึ่งก็คิดจะเดินไปให้ไกล !> แต่อีกใจยังไม่กล้าพอ เพราะรู้ว่ายังขาดเธอไม่ได้ <! คำลาสักคำไม่จำเป็นต้องเอ่ย แค่จากเธอไปอย่างนั้น และอย่าได้หันกลับมา มันคงง่ายดายไม่ต้องเจ็บค้างคา ถ้าหากจะยอมตัดใจ เจ็บหนักไปเลยหนึ่งครั้ง !> ...
ยังมีเธออยู่ในสายตา
<! แต่มันเหมือนไม่มีหวังที่จะคว้าเธอให้อยู่ข้างฉัน !> ให้ฉันทำอย่างไรต่อไป ให้ฉันเดินต่อไปอย่างไร เมื่อเธอไม่รัก เมื่อเธอไม่รัก +|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+|+| เพลงบางเพลง..ยิ่งฟัง..ยิ่งไม่ชอบ..เคยเป็นกันมั้ย เป็นเพราะ..ไม่ชอบบางประโยคในเนื้อเพลง ก็เหมือนกับที่ชอบเพลงบางเพลง..ที่บางประโยค..จริงมั้ย ??? March, 2006 happy....happy...birthdayปีนี้ได้ไปฉลองวันเกิดกะเพื่อนๆตั้งสามกลุ่ท ดีใจมากๆ เพื่อนน่ารักกันมาก
ไม่ได้เจอกันนาน ก็คิดถึงกันมาก พูดกันมาก 555 เริ่มต้นด้วยวันที่ 1 มีนาคม ไปฉลองกันที่ร้าน Kobe Steak ที่สยาม วันนี้ก็ถือเป็นวันเกิดของพ่อยกับเป้เลย เพราะพ่อยเกิดวันที่ 29 กพ.... 4 ปีมี 1 ครั้งหน่ะ ก็จะมี น้องกอล์ฟ(แฟนพ่อย), พ่อย, เป้, นุก, เจน,ระ(ไม่พาจอร์ชมา) ไล่ตามภาพเลยนะ ![]() วันที่ 2 มีนา ก็นัดกะแก๊งค์สาวๆที่ PCT งานนี้สาวๆล้วนที่ร้าน Water Side เลียบทางด่วนรามอินทรา เราจะนัดกันทุกๆวันเกิดของทุกคน ก็เหมือนเดิมเราจะเล่าเรื่องต่างๆที่ไปเจอมา แต่งานนี้หมวยมาช้าติดงาน..น่าสงสารจัง ปีนี้..เกดมีแฟนแล้ว ก็คงจะเหลือแค่เป้กะหมวย...ไม่เป็นไรเนอะ ในรูปแรกก็เป็น อ้อ เกด และเป้ อีกรูปก็เป็น เป้ หมวย เกด และอ้อจ๊ะ ![]() งานรื่นเริงล่าสุดก็คือวันนี้ วันที่ 4 มีนา วันนี้ไปกะเพื่อนที่ MSIT หรือที่เรียกกันว่า Gang Zaa เริ่มต้นด้วยการไปเยี่ยมพระเสรีที่วัดชลประทานฯ จากนั้นเรากลับมาที่เกษตร เพื่อมาเจอเจกะพี่ฝนที่เกษตร เพราะสองคนนี้ตื่นสายไม่ไดไปวัด และเพื่อมาเก็บรถไปกินข้าวที่บางขุนเทียน ส่วนพี่หญิงก็ไปลงทะเบียนเลือกตั้ง เราไปทานข้าวกันวันนี้ที่ร้านครัวแสวง เจเป็นเจ้ามือ...โดยอ้างว่าติดน้องๆไว้..ทุกคนก็โอเครับตามนั้น งานนี้ก็มีเค้กให้เป้ แต่ไม่ได้เป่า ลมพัดดับไปเลย อาหารอร่อยมาก อิ่มสุดๆ เพราะกว่าจะไปถึงร้านก็บ่ายสาม โดยที่ไม่ได้กินข้าวเช้ากันมาเลย และกว่าจะกลับถึงกทม ก็สองทุ่ม เหนื่อย อิม สนุกมาก สมาชิกก็จะมี เจ ยุ้ย เป้ พี่ตุ้ย(แฟนพี่หญิง) พี่หญิง ปุ๊ก ปุ้ย พี่ฝน ...ใครเป็นใครหากันเอง ขอบคุณทุกคนกับความสุขวันนี้นะ มีภาพมาฝากตาม URL นี้เลยจ๊ะ เพื่อน Com Sci @ Chula : http://pupe.promptnow.com/pic/pp_hbd/ เพื่อน PCT : http://pupe.promptnow.com/pic/pupe_hbd/ เพื่อน MSIT @ KU : http://pupe.promptnow.com/pic/GZ/ February, 2006 ผู้หญิงแบบไหน..ที่ผู้ชายจะหลงรักผู้หญิงแบบไหน..ที่ผู้ชายจะหลงรัก
ผู้หญิงแบบที่ผู้ชายหลงรักได้ไม่ยาก..ต่อให้สไตล์ความชอบผู้หญิง ในมุมมองของผู้ชาย จะมีมากมายหลากรูปแบบ ประเภทที่บางรายอาจชอบสาวเปรี้ยว สาวห้าว สาวแกร่ง สาวน้อย คิกขุหวานแหวว สาวนุ่มนิ่มเรียบร้อย หรือสาวช่างฝันก็ตาม แต่หากถามว่า ผู้หญิงแบบไหนที่ ผู้ชายสามารถรักได้ไม่ยากนี่สิ คงต้องคิดหนัก ว่าแบบฉบับเวอร์ชั่นไหนถึงจะถูกใจทำให้ชาย หลงใหลได้ปลื้มจนเกิดอาการปิ๊งได้คงต้องมีสูตรลับพิเศษที่จะช่วยเสริมแต่ง ให้กับสาวๆ ทุกสไตล์ แอบเก็บเอาไปไว้ใช้เป็นคุณสมบัติพิเศษทำเก๋ให้คุณผู้ชายได้ใฝ่ฝันถึง ไม่ว่าคุณจะเป็นสาวสไตล์ไหน เคล็ดลับเด็ดที่ทำให้ตัว เองกลายเป็นผู้หญิงทรงเสน่ห์จนเพศตรงข้ามเกิดอาการสะดุดรักได้ไม่ยาก มีดังนี้ค่ะ เอาใจเก่ง เสน่ห์ของหญิงข้อนี้ แม้จะเป็นสิ่งที่คุณๆ ทั้งหลายรู้ดี แต่ก็ไม่ค่อยมีใครทำกันสักเท่าไหร่ เพราะมัวหยิ่งบ้างไม่กล้าบ้าง แบบนี้เห็นทีต่อให้เริดแค่ไหน ถ้าขาดนิสัยความเป็นสาวช่างเอาอกเอาใจ ไม่ว่าผู้ชายหน้าไหนก็ไม่มีใครชอบหรอก เพราะสิ่งนี้คือสิ่งที่ผู้ชายทุกคนปรารถนา อ่อนหวาน
สาวห้าวอย่าเพิ่งร้องโวยเป็นอันขาด และโปรดทำใจรับรู้และ ยอมรับซะเถอะว่า บางครั้งหัวใจสาวห้าวอย่างคุณก็เคยมีช่วงเวลาของการ แสดงออกที่บ่งบอกถึงความอ่อนโยนได้เหมือนกัน ไม่ต้องถึงขนาดเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสาวหวานฉ่ำ แค่มีความ อ่อนโยนอ่อนหวานติดตัวไว้บ้าง ก็เพียงพอแล้ว อย่างน้อยบางอารมณ์น่าจะพูดจาอ่อนโยนน่าฟังบ้าง ไม่ว่ากับเขาหรือคนอื่นๆ มันจะยิ่งทำให้คุณดูดีขึ้น อีกเยอะ เปิดเผย ข้อนี้สาวขี้อายอาจมีปัญหา แต่การเปิดเผยไม่ได้หมายความว่า จะต้องถึงขั้นทำตัวห้าวหาญแต่อย่างใด การเปิดเผยในที่นี้หมายถึง ให้คุณแสดงความจริงใจบ้างเล็กๆ น้อยๆ เพื่อบอกให้เขารู้ว่าคุณชอบเขา ทำอะไร อย่าเหนียมมากไป ร้อนก็บอกว่าร้อน เผ็ดก็บอกว่าเผ็ด กล้าคุยเรื่องหน้าแตก ของตัวเองให้เขาฟังบ้าง คุณจะดูเป็นคนอบอุ่น และไม่มีลับลมคมในอะไร ซ่อนไว้ หัวอ่อน
จะเอาใจแฟนทั้งที มันต้องมีบ้างที่ต้องหัดเป็นคนหัวอ่อน ยอมเออออตามเขาไปในบางครั้ง แต่ที่ให้ยอมนั้น ไม่ได้หมายความว่า จะให้ยอมไปซะทุกเรื่อง ทุกอย่างเหมือนดังเช่นเป็นทาส แค่เชื่อฟังเขาบ้างในบางโอกาส และยอมรับในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผลด้วยเช่นกัน เพราะถ้าขืนทำตัวก๋ากั่นดื้อรั้นชนิดไม่ฟังใครเลย ไม่ว่าจะแฟนคุณหรือใครๆ ก็คงไม่ชอบหรอกค่ะ ปราดเปรียว ผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงที่อืดอาดเกินเหตุ แม้ใจจะยังปรารถนาแม่ศรีเรือนผู้งามพร้อม เพราะยุคสมัยนี้ ความคล่องแคล่ว ปราดเปรียวนี่ละ ที่เป็นเสน่ห์หนึ่งของผู้หญิงยุค 2001 ออดอ้อน
ผู้หญิงที่ยอมออดอ้อนคู่รักบ้างในโอกาสเหมาะๆ พระเอกของ คุณคงรักจนหมดใจแน่นอน แต่อ้อนพองามนะคะ ไม่เช่นนั้น อาจกลายเป็น น่ารำคาญไป อารมณ์ขัน ไม่ว่าสเปกของเขาจะชอบสาวเงียบขรึม หรือสาวแข็งกระด้าง อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณไม่มีอารมณ์ขันเอาซะเลย ผู้ชายจะเซ็งคุณได้สักวัน เมื่อเขารู้สึกว่าอยู่กับคุณแล้วโลกไม่สดใส สักวันหนึ่งเขาคงจะตีจาก แต่คุณไม่จำเป็นต้องตลกโจ๊กเป็นตลกมืออาชีพหรอกเพียงแค่รู้จักเล่าเรื่อง สนุกๆ ขำๆ บ้าง หัวเราะร่าเริงเมื่อคนอื่นคุยเรื่องตลก ไม่ใช่หน้าแข็งอารมณ์ เดียวตลอดเวลาจะทำให้น่าเบื่อที่สุด และไม่ใช่นั่งนินทาใครให้คนหัวเราะ เพราะผู้หญิงขี้นินทาไม่มีเสน่ห์นักหรอก ฟอร์มเหมือนไม่มีฟอร์ม
ผู้ชายจะไม่พิสมัยผู้หญิงที่เก๊กหรือฟอร์มตลอดเวลา ดังนั้น ขอให้คุณทำตัวเป็นธรรมชาติที่สุด อยากคุยอยากถามอะไรกับเขาก็ทำ หรือปวดฉี่ก็บอกได้ ไม่ต้องนั่งเก๊กแล้วรอให้คนอื่นมาชวนคุย มีน้ำใจ ควรแสดงความมีน้ำใจห่วงใยเอื้ออาทรออกมาบ้าง ไม่ว่าจะกับ เขาหรือกับใครเพราะคนใจดำไร้น้ำใจคงไม่มีเสน่ห์แน่นอน เข้าใจง่าย
ควรมองโลกในแง่ดี ไม่เจ้าปัญหาจนน่ารำคาญ หัดเป็นคน ง่ายๆ ไม่จู้จี้จุกจิกมากเกินไป การแสดงความเข้าใจในเรื่องต่างๆ ได้ดี เป็นการแสดงถึงนิสัยใจคอของคุณเอง ที่คนพิเศษของคุณจะเห็นได้ทันที และทำให้เขาเชื่อใจคุณ เพราะคุณเข้าใจเขาได้ดี มีเรื่องอะไรเขาก็จะเปิดเผยให้คุณรู้ และชอบที่จะนั่งสนทนากับผู้หญิงที่เปี่ยมเสน่ห์แบบคุณ เชื่อว่าเสน่ห์ของผู้หญิงเราคงไม่ลิมิตเพียงแค่นี้ เราเชื่อว่าความเข้าใจ อดทน และการให้อภัยซึ่งกันและกัน น่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยดูแลความรักของทุกคู่ ให้ยั่งยืนตราบนานเท่านานค่ะ |
|
|